การพัฒนาสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ในรายวิชาเทคโนโลยีการสร้างสรรค์ งานกราฟิก เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับนักศึกษา ระดับปริญญาตรี
คำสำคัญ:
เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม , ความคิดสร้างสรรค์ , กราฟิกบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในรายวิชาเทคโนโลยีการสร้างสรรค์งานกราฟิกในรายวิชาเทคโนโลยีการสร้างสรรค์งานกราฟิก 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่เรียนด้วยสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในรายวิชาเทคโนโลยีการสร้างสรรค์งานกราฟิกในรายวิชาเทคโนโลยีการสร้างสรรค์งานกราฟิก และ 3) ศึกษาความ พึงพอใจของผู้เรียนที่เรียนด้วยสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในรายวิชาเทคโนโลยีการสร้างสรรค์งานกราฟิก กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาเทคโนโลยีการสร้างสรรค์งานกราฟิก จำนวน 18 คน โดยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินคุณภาพของสื่อการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียน
ผลการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนาสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม มีผลการประเมินประสิทธิภาพในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีประสิทธิภาพด้านการออกแบบเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือด้านการออกแบบกราฟิกอยู่ในระดับมากที่สุด และด้านเนื้อหาอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญที่ระดับ.05 และ 3) ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนการสอนโดยใช้สื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมอยู่ในระดับดีมาก
เอกสารอ้างอิง
กชกร ดีชัยยะ และภานุวัฒน์ ศรีไชยเลิศ. (2564). “การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนเสมือนจริง (AR) เรื่องร่างกายของเราโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโมเดลซิปปา (CIPPA MODEL) ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดประทุมคณาวาส”. การประชุมวิชาการระดับชาติครั้งที่ 13. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
ก้องเกียรติ หิรัญเกิด, ณัฐปคัลภภ์ กิตติสุนทรพิศาล และ พรสวรรค์ อมรศักดิ์ชัย, (2566). “การพัฒนา สื่อเทคโนโลยีความจริงเสริมเพื่อพัฒนาทักษะการคิดของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา”. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์แห่งรัตนโกสินทร์. ปีที่ 5 ฉบับที่ 3. หน้า 10-24.
พนิดา ตันศิริ. (2553). “โลกเสมือนผสานโลกจริง Augmented Reality”. วารสารนักบริหารมหาวิทยาลัยกรุงเทพ. ปีที่ 30 ฉบับที่ 2. หน้า 169-175.
มนต์ชัย เทียนทอง. (2545). การออกแบบและพัฒนาคอร์สแวร์สำหรับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร : สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
วิวัฒน์ มีสุวรรณ์. (2554). “การเรียนรู้ด้วยการสร้างโลกเสมือนผสานโลกจริง”. วารสาร ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. ปีที่ 13 ฉบับที่ 12. หน้า 119-127.
ณัฐพงษ์ ประเสริฐสังข์, อลิสา ทรงศรีวิทยา และ รัตนา รุ่งศิริสกุล. (2021). “การพัฒนาสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม รายวิชาปฏิบัติการเคมี เพื่อส่งสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี”. Journal of Information and Learning. ปีที่ 32 ฉบับที่ 3. หน้า 25-32.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่7). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
บุษราคัม ทองเพชร และคณะ. (2563). “การพัฒนาสื่อการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงแบบมัลติมีเดียบนสมาร์ทโฟนเรื่องไดโอด รายวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น”. การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 58. หน้าที่ 76-84.
ปริญญา มีสุข. (2559). การวิจัยทางการศึกษา. ภาควิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี : ทริปเพิ้ลเอ็ดดูเคชั่นกรุงเทพมหานคร.
สิริลักษณ์ ภัทรเวียงกาญจน์, ณัฐพล รำไพ และสัญชัย พัฒนสิทธิ์. (2566). “การพัฒนาสื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมบนสมาร์ทโฟนเรื่อง ระบบบัญชีเกี่ยวกับการซื้อสำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 1 สาขาการบัญชี วิทยาลัยการอาชีพแม่น้ำแคว”. วารสารวิชาการสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค. ปีที่ 9 ฉบับที่ 2. หน้า 129-141.
M. Fiorentino, R. de Amicis, G. Monno and A. Stork. (2002). “Space design: a mixed reality workspace for aesthetic industrial design”. International Symposium on Mixed and Augmented Reality. pp. 86-318.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 นวรัตน์ วิทยาคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว