ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ของโรงเรียนปทุมคงคา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ของโรงเรียนปทุมคงคา และ 2) พัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ของโรงเรียนปทุมคงคา โดยใช้การวิจัยแบบผสมวิธีเชิงอธิบาย (Explanatory Mixed Methods) กลุ่มประชากร
ในการวิจัยเชิงปริมาณ คือ ครูผู้สอนในโรงเรียนปทุมคงคา จำนวน 64 คน เครื่องมือ คือ แบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความต้องการจำเป็น
โดยใช้ดัชนี Priority Needs Index (PNImodified) การวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากผู้บริหารและครู จำนวน 5 คน เลือกแบบเจาะจงโดยการสัมภาษณ์กลุ่ม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของโรงเรียนปทุมคงคา โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่สภาพ
ที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ การสนับสนุนทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี รองลงมา ได้แก่ การวางแผนและนโยบาย วัฒนธรรมองค์กร การพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูและบุคลากร และภาวะผู้นำด้านเทคโนโลยีตามลำดับ ผลการวิจัยนำไปสู่การพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในสถานศึกษาได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน 2) มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านที่ 1 ด้านการสนับสนุนทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ด้านที่ 2 การวางแผนและนโยบายส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้านที่ 3 ด้านวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านที่ 4 การพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูและบุคลากร
ในสถานศึกษา ด้านที่ 5 ด้านภาวะผู้นำด้านเทคโนโลยีของผู้บริหาร จากข้อเสนอแนะเชิงนโยบายทั้ง 5 ด้าน รวมเป็นแนวปฏิบัติทั้งหมด 64 แนวปฏิบัติ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. กองบรรณาธิการสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตัดสินการตีพิมพ์บทความในวารสาร
2. บทความทุกเรื่องจะได้รับการตรวจสอบทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ข้อความและเนื้อหาในบทความที่ตีพิมพ์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว มิใช่ความคิดเห็นและความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยศรีปทุม
3.การคัดลอกอ้างอิงต้องดำเนินการตามการปฏิบัติในหมู่นักวิชาการโดยทั่วไป และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง