การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับการใช้เทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบไร้รอยต่อในรายวิชานาฏศิลป์ เรื่องนาฏศิลป์พื้นเมือง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เพื่อ 1) พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบไร้รอยต่อในรายวิชานาฏศิลป์ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น เก็บข้อมูลจาก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 22 คน ด้วยการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบวัดทักษะ แบบสอบถามความพึงพอใจ และแบบประเมินคุณภาพเครื่องมือสำหรับผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความสอดคล้อง ค่าประสิทธิภาพ E1/E2 และการทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระต่อกัน
ผลการ พบว่า 1) กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.43/83.75 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 2) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 3) มีความพึงพอใจต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ฉะนั้น กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นสามารถส่งเสริมการเรียนรู้เนื้อหา ทักษะการรำ การใช้เทคโนโลยี และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. กองบรรณาธิการสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตัดสินการตีพิมพ์บทความในวารสาร
2. บทความทุกเรื่องจะได้รับการตรวจสอบทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ข้อความและเนื้อหาในบทความที่ตีพิมพ์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว มิใช่ความคิดเห็นและความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยศรีปทุม
3.การคัดลอกอ้างอิงต้องดำเนินการตามการปฏิบัติในหมู่นักวิชาการโดยทั่วไป และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เอกสารอ้างอิง
กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา. (2559). ประเทศไทย 4.0 กับการพัฒนาการศึกษา. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
กุลธิดา ทุ่งคาใน. (2564). การเรียนรู้แบบผสมผสานในวิถี New Normal. วารสารการศึกษา, 15(2), 45–58.
ทิพย์ธิดา บุตรฉุย, & พันธนันท์ บุตรฉุย. (2564). แนวคิดการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษา
อย่างเป็นลำดับขั้น. วารสารศึกษาศาสตร์, 32(1), 77–89.
ประเมษฐ์ บุณยชัย. (2544). เอกสารประกอบการสอนวิชาจารีตนาฏศิลป์ไทย. ม.ป.ท.
แฝงกมล เพชรเกลี้ยง. (2563). “การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ผสมผสานในยุค New Normal เพื่อ ส่งเสริม สมรรถนะ การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกของ นักศึกษาครู”.
ครุศาสตร์สาร, 14(2), 71-83.
ไพฑูรย์ กานต์ธัญลักษณ์. (2557). “การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแก้ปัญหา ร่วมกันและเทคนิคซินเนคติกส์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษา ครู”. วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก สาขาวิชาหลักสูตรและวิธีสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อรนุช แก้วมาตย์ (2565). “การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบผสมผสาน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการฟัง และการพูดภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6”. การค้นคว้าอิสระ หลักสูตร การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยนเรศวร.
Bonk, C. J., & Graham, C. R. (Eds.). (2006). The handbook of blended learning: Global perspectives, local designs. San Francisco, CA: Pfeiffer.
Clark, C.R., & Mayer, E.R. (2003). e-Learning and the science of instruction. San Francisco: John Wiley and Son.
Graham, C. R., Woodfield, W., & Harrison, J. B. (2012). A framework for institutional adoption and implementation of blended learning in higher education. The Internet and Higher Education, 18, 4–14.
Horn and Staker. (2011). Augmented Reality Retrieved May 17, 2024. Available from http://nipatanoy.wordpress.com/.