รูปแบบการดูแลช่วยเหลือเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนสูงวัยในระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
คำสำคัญ:
รูปแบบการดูแลช่วยเหลือ , การเรียนรู้ , ผู้เรียนสูงวัย , ผู้เรียนระดับปริญญาตรีบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาทางการเรียนและความต้องการการดูแลช่วยเหลือของผู้เรียนสูงวัย ในระดับปริญญาตรี ระบบการศึกษาทางไกลของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2) สร้างรูปแบบการดูแลช่วยเหลือเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนสูงวัย และ 3) ศึกษาผลของการใช้รูปแบบการดูแลช่วยเหลือเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนสูงวัยด้านผู้เรียน กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มที่ 1 เป็นผู้เรียนสูงวัยในระดับปริญญาตรี ระบบการศึกษาทางไกลของมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช ปีการศึกษา 2564 จำนวน 83 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย กลุ่มที่ 2 เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาในระบบทางไกลจาก 12 สาขาวิชา จำนวน 12 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง กลุ่มที่ 3 เป็นผู้เรียนสูงวัยที่มีคะแนนจากแบบวัดการเรียนรู้อยู่ในระดับปานกลางลงมา กำหนดเป็นกลุ่มทดลองได้รับรูปแบบการช่วยเหลือแบบเผชิญหน้า จำนวน 7 คน และแบบออนไลน์ จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แบบสอบถามปัญหาทางการเรียนและความต้องการการดูแลช่วยเหลือของผู้เรียนสูงวัย มีค่าความเที่ยงเท่ากับ .87 2) แบบวัดการเรียนรู้ในระบบการศึกษาทางไกล มีค่าความเที่ยงเท่ากับ .85 และ 3) รูปแบบการดูแลช่วยเหลือเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนสูงวัยในระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ จัดในลักษณะการฝึกอบรมระยะสั้นทั้งแบบเผชิญหน้าและแบบออนไลน์ ให้กลุ่มทดลองเลือกใช้ตามความพร้อม ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เนื้อหา และการทดสอบฟรีดแมน
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้เรียนสูงวัยมีปัญหาทางการเรียนและความต้องการการดูแลช่วยเหลือทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านผู้เรียน ด้านผู้สอน ด้านสื่อ เทคโนโลยี ตำรา วัสดุอุปกรณ์ และด้านอาคาร สถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีปัญหาทั้งทางการเรียนและความต้องการการดูแลช่วยเหลือในด้านสื่อ เทคโนโลยี ตำรา วัสดุอุปกรณ์มากที่สุด และด้านอาคารสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวกน้อยที่สุด 2) รูปแบบการดูแลช่วยเหลือเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนสูงวัย เป็นการฝึกอบรมระยะสั้นตามความพร้อมของผู้เรียน สร้างโดยบูรณาการมาจากแนวคิดทางการแนะแนวด้านการศึกษาและการศึกษาทางไกล รวมทั้งผลการศึกษาในระยะที่ 1 และผลการสนทนากลุ่มของผู้เชี่ยวชาญ ที่เสนอแนะให้มีเนื้อหาของรูปแบบ จำนวน 4 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านการเรียนรู้ด้วยตนเอง (2) ด้านการเรียนทางไกล (3) ด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ (4) ด้านการใช้เทคโนโลยี มีการฝึกอบรมทั้งแบบเผชิญหน้า จำนวน 3 ครั้ง ครั้งละ 6 ชั่วโมง และแบบออนไลน์ จำนวน 6 ครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมง และ 3) ภายหลังการใช้รูปแบบการดูแลช่วยเหลือทั้งแบบเผชิญหน้าและแบบออนไลน์ ผู้เรียนสูงวัยมีการเรียนรู้ในระบบการศึกษาทางไกลเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีความคงทนอยู่จนถึงระยะติดตามผลการทดลอง
เอกสารอ้างอิง
Archanya Rattana-ubol, Wirathep Pathumcharoenwatthana, Worrarat Pathumcharoenwatthana, Pan Kimpee, and Rawee Satjasophon. (B.E. 2554). The Lifelong Study and Learning of Thai Elderly People. Bangkok: The Foundation for Research and Development of Thai Elderly People. (in Thai)
Dampson, D. G, Owusu-Mensah, F, Apau, S. K. & Osei-Owusu, B. (2019). Learner Support Gaps in Distance Learning: The Case of Institute for Distance Education and e-Learning, University of Education, Winneba. Retrieved from https://www.researchgate.net/ publication/335687849 Learner Support Gaps in Distance Learning: The Case of Institute for Distance Education and e-Learning. 27/9/2021.
Dollard, J., & Miller, N. E. (1950). Personality and Psychotherapy and Analysis in Terms of Learning and Thinking and Culture. New York: McGraw-Hill.
Edgar, D. (1969). Audiovisual Methods in Teaching. New York: Holt, Rinehart and Winston.
Gagne. (1963). “The Learning Requirements for Enquiry,” Journal of Research in Science Teaching.1(4), pp.144-153; February.
Laddawan Phuttharaksa, Sanong Lohitwiset, Rungsaeng Arunphirot, and Phanwipha Buranakiat.(B.E. 2556). “The Model of Elderly Person Caregiver Development by Self-Learning Method and Knowledge Management”, Journal of Educational Research. Faculty of Education, Srinakharinwirot University, 7(2), 16. (in Thai)
Mauk, K. L. (2014). Gerontological Nursing: Competencies for Care. Burlington, MA: Jones & Bartlett Learning.Ning_sced. [online]. Components of Learning Management. Retrieved March 1, 2024. from http://pichaikum.blogspot.com/2008/11/blog-post.html.
Ouma, R. (2019). Transforming University Learner Support in Open and Distance Education: Staff and Students Perceived Challenges and Prospects. Retrieved from https://www. tanfonline.com/full/10.1080/2331186X.
Praphai Chalardkit. (B.E. 2548). Principles of Teaching. Bangkok: Kasemsri C.P. (in Thai)
Pisanu Jirapokanon. (2010). Opinions and needs of the elderly toward computer learning: A case study of members of the elderly club in Bang Khun Thian District, Bangkok [Master’s thesis, Thammasat University, Faculty of Social Administration].
Saman Loifa. (B.E. 2557). “Elderly People and Information Technology”, Journal of Information Science. 29(2), pp. 57-58. (in Thai)
Sukhothai Thammathirat Open University. (2021). Development of teaching and learning. Retrieved March 1, 2021, from https://www.stou.ac.th/main/sys1.html
Sumalee Sangsri et al. (B.E. 2555). Guidelines for Promotion of the Persistence of Distance Education Students: A Case Study of STOU Students and Students of the Open University of Malaysis. (Online). Retrieved April 25, 2018, from rd.stou.ac.th/Dbresearch/ uploads/113 abstract.pdf. (in Thai)
Surasak Mangsing and Jaruwan Mornthirat. (B.E. 2555). A Study of the Needs for Information Technology and Communications of Elderly People in Bangkok Metropolitan Area. A Document Submitted in the National Academic Conference at Sripathum University in the 2012 Academic Year on October 26, 2012. Bangkok. (Mimeographed Document) (in Thai)
Thorndike, R. E. (1955). Measurement and Evaluation in Psychology and Education. New York: John Wiley and Son.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
ห้ามนำข้อความทั้งหมด หรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสาร