นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษากิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษา รายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม -

Main Article Content

ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาที่เหมาะสมกับสภาพการจัดการเรียนการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม 2) ศึกษาผลของการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาของบทเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม 3) เปรียบเทียบความสามารถทางการเรียนก่อนและหลังการใช้กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษารายวิชาวิทยาศาสตร์เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม และ 4) ศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษารายวิชาวิทยาศาสตร์เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษา บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้หลังแผน แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ เกมการศึกษา เกมการตอบคำถามด้วย Wordwall YouTube และแบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) รวบรวมและแยกแยะข้อมูล รวมทั้งตีความหมายจากแบบฝึกหัด/ใบงาน การตอบคำถามจากเกมและแบบประเมินความพึงพอใจ กลุ่มเป้าหมายในวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 9 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง ครูที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จำนวน 7 คน โดยมีวิธีดำเนินการวิจัย ดังนี้ 1) ดำเนินการทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) 2) ปฐมนิเทศ และชี้แจงให้นักเรียนทราบถึงวัตถุประสงค์ 3) ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษา 4) ดำเนินการทดสอบหลังเรียน (Post-test) และ 5) เก็บรวบรวมข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า 1) การใช้กระบวนการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษา มีความเหมาะสมกับรายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม เนื่องจากนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามจุดประสงค์ มีความรู้ความเข้าใจสามารถนำไปใช้ได้ 2) การใช้กระบวนการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษา สามารถพัฒนาความรู้ความเข้าใจรายวิชาวิทยาศาสตร์เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐมได้ โดยหลังจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัด/ใบงานได้ระดับดี และทดสอบผลสัมฤทธิ์ผ่านคำถามจากเกมการศึกษา ร้อยละ 100 3) จากผลการเปรียบเทียบความสามารถทางการเรียน เรื่องการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษา สามารถพัฒนาความรู้ความเข้าใจรายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน โสตศึกษาจังหวัดนครปฐม โดยใช้กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษารายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดนครปฐม พบว่า คะแนนความสามารถทางการเรียนก่อนเรียนของนักเรียนมีคะแนนก่อนเรียนของนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 1.96 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 19.60 และคะแนนความสามารถทางการเรียนหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 8.38 คิดเป็นร้อยละ 83.80 จากการทดสอบทั้งสองครั้งผลปรากฏว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้น มีคะแนนเฉลี่ย 6.42 คิดเป็นร้อยละ 64.20 แสดงว่า ความสามารถทางการเรียนหลังการใช้กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษา รายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม โดยใช้กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษา รายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐมสูงกว่าก่อนใช้โดยใช้กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษา รายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ทั้งนี้เนื่องมาจากการที่กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษา รายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม ที่พัฒนาขึ้นนี้เน้นให้นักเรียนได้มีการฝึกกระทำซ้ำๆ บ่อยๆ มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายรูปแบบ ทำให้นักเรียนฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ ซึ่งผลการวิจัยดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดของ Netrthanon, S. (2020)ครูและผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษา รายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐมในระดับดีมาก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วรพงศ์พัชร์ ณ. (2023). นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษากิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษา รายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม: -. วารสารพุทธนวัตกรรมปริทรรศน์, 4(1), 1–12. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/JBIR/article/view/263342
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์, ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์

นนทบุรี

เอกสารอ้างอิง

สุญาดา เฮงชัยโย. (2022). รายงานการประเมินผลโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร กระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ(English Program) โร

เรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยนครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 9. วารสารการวัดผล การศึกษา: 38(104); 153-164.

ภูมิสถิตย์ เมตตาจิตร, ไพโรจน์ เสียงเอก, ประวัติ สุวรรณะดิษฐกุล, & วิภาวรรณ บัวทอง. (2022, March). การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรสาย วิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. In Proceeding National & International Conference. 2 (15); 543.

ศรราม รูปสอาด, & ศิริพงษ์ เศาภายน. (2021). ความพึงพอใจของครูที่มีต่อการบริหารงานวิชาการ ของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตหนองแขมกรุงเทพมหานคร. Journal of Roi Kaensarn Academi: 6(2); 58-71.

Urarat Chairungsee. (2565). สัปปุริสธรรม7: เพื่อการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์. วารสารพุทธนวัตกรรมปริทรรศน์ [JBIR]: 3(1); 69-79.

Worapongpat, N., & Phakamach, P. (2022). การพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แนวคิด คอนสตรัคติวิสต์หัวข้อทฤษฎีและนวัตกรรมการบริหารการศึกษาสำหรับนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี: 14(2); 80-106.

Phakamach, P. (2022). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำแบบปรับตัวของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคลในประเทศไทยภายใต้สถานการณ์วิถีปกติใหม่และวิถีถัดไป. วารสารบริการวิชาการสถาบัน อุดมศึกษาไทยรับใช้สังคม: Journal of Knowledge Exchange: 3(2);

Mitsongkore, C. (2022). การวิจัยระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์กรณี ศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี: ELECTRONIC FORM MANAGEMENT INFORMATION SYSTEM CASE STUDY OF FACULTY OF HUMANITIES

AND SOCIAL SCIENCES KANCHANABURI RAJABHAT UNIVERSITY. Journal of Kanchanaburi Rajbhat University: 11(1); 127-140.

Ananpattanakul, D. (2021). การจัดระบบสารสนเทศการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้น พื้นฐานด้วยการบูรณาการการจัดระบบสารสนเทศเพื่อการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการ ดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ. RTNA Journal of Social Sciences, Humanities and Education: 8(1); 19-30.

Petchara, N. (2022). การพัฒนาระบบสารสนเทศสำหรับประเมินสมรรถนะผู้เรียนตามมาตรฐาน การเรียนรู้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน. Journal of Social Science and Buddhistic Anthropology: 7(5); 125-140.

Kongwi, P. S. (2022). บทบาทของพระสังฆาธิการที่มีต่อการปกครองท้องถิ่นอำเภอนาน้อยจังหวัด น่าน. JOURNAL OF SOCIAL SCIENCE FOR LOCAL RAJABHAT MAHASARAKHAM UNIVERSITY: 6(2); 250-259.