วารสารพุทธนวัตกรรมปริทรรศน์ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดำเนินการวิจัยอย่างมีจริยธรรมและส่งเสริมการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความปลอดภัย และสุขภาวะของอาสาสมัครในการวิจัย บทความวิจัยที่ขอรับการตีพิมพ์หากเป็นการศึกษาวิจัยและทำการทดลองในมนุษย์ ผู้วิจัยจะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (IRB) และต้องระบุในบทความพร้อมทั้งแนบหนังสือรับรองจริยธรรมด้วย ทั้งนี้การอนุมัติให้ลงตีพิมพ์บทความขึ้นอยู่กับการพิจารณาจากกองบรรณาธิการวารสาร ถือเป็นที่สิ้นสุด


หลักจริยธรรมสำหรับผู้เขียนงานวิจัย (Author Ethics)


การตีพิมพ์งานวิจัยในมนุษย์ต้องยึดหลักจริยธรรมสากลเคร่งครัด งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต้องผ่านการรับรองจริยธรรม มีการปกป้องสิทธิ ความปลอดภัย และสุขภาวะของอาสาสมัคร นักวิจัยต้องระบุการรับรองและแนบเอกสาร และกองบรรณาธิการวารสารจะพิจารณาขั้นสุดท้าย ซึ่งเป็นการยืนยันว่าวารสารต้องการงานวิจัยที่มีคุณภาพและมีจริยธรรมสูง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจแก่สาธารณชน

 

ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ: ไม่ลอกเลียน (Plagiarism), ไม่นำผลงานตัวเองไปตีพิมพ์ซ้ำซ้อน (Self-plagiarism), ไม่บิดเบือนข้อมูล

การยินยอมและปกป้องผู้เข้าร่วมวิจัย: ต้องได้รับความยินยอม (Informed Consent) จากผู้ให้ข้อมูลโดยสมัครใจ, รักษาความลับ (Confidentiality), ปกป้องผู้เข้าร่วมจากการถูกบังคับ/อันตราย

ความรับผิดชอบต่อบทความ: บทความต้องเป็นผลงานใหม่ไม่เคยตีพิมพ์ที่อื่น, ผู้มีชื่อทุกคนต้องมีส่วนร่วมจริง, ระบุแหล่งทุนและผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest)
การอ้างอิง: อ้างอิงผลงานและแหล่งที่มาของข้อมูล (เช่น ภาพ/ตาราง) อย่างถูกต้องเหมาะสม


การเตรียมบทความเพื่อส่งตีพิมพ์
โดยผู้แต่งบทความต้องได้รับอนุมัติจาก คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (IRB) ของสถาบันแนบมาด้วย แสดงความยินยอมโดยสมัครใจของผู้เข้าร่วมวิจัย รักษาความลับข้อมูล ป้องกันอันตราย และต้องไม่ลอกเลียนหรือนำข้อมูลผู้อื่นมาใช้โดยไม่ให้เครดิต พร้อมทั้งปฏิบัติตามหลักการ Publication Ethics เช่น บทความต้องเป็นต้นฉบับ, มีความซื่อสัตย์ทางวิชาการ, และมีส่วนร่วมในการวิจัยจริง เพื่อให้วารสารมีคุณภาพและน่าเชื่อถือ

 

บทบาทและหน้าที่ของบรรณาธิการ (Editor)


1. บรรณาธิการมีหน้าที่ควบคุมดูแลและพิจารณาคุณภาพของบทความ เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ต้องคัดเลือกบทความมาตีพิมพ์หลังจากผ่านกระบวนการประเมินบทความแล้ว โดยผู้ประเมินบทความจะต้องพิจารณาจากความสอดคล้องของเนื้อหากับวัตถุประสงค์ และนโยบายของวารสารเป็นสำคัญ มีแนวคิดเชิงทฤษฎีที่ได้จากประสบการณ์ มีการสังเคราะห์เอกสาร งานวิจัยที่ช่วยส่งเสริมองค์ความรู้ที่สะท้อนมุมมอง ในการนำเสนอแนวคิดใหม่ มีรูปแบบจำลองเชิงแนวคิด (Conceptual Model) ที่จะนำไปสู่การวิจัยในหัวข้อวิชาการที่สำคัญได้ต่อไป
2. บรรณาธิการจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้เขียน และผู้ประเมินบทความแก่บุคคลอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องในระหว่างมีการประเมินบทความ ซึ่งวารสารได้ปกปิดรายชื่อ (Double-bline) และยังรวมถึงหลังจากที่ได้พิจารณาประเมินบทความเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
3. บรรณาธิการจะต้องไม่เคยมีการตีพิมพ์บทความที่เคยตีพิมพ์ที่อื่นมาแล้ว โดยต้องมีการตรวจสอบการคัดลอกผลงานผู้อื่น กรณีที่มีหากตรวจพบข้อความการคัดลอกผลงานของผู้อื่นเกินตามที่กำหนดไว้ในโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25% เพื่อให้แน่ใจในวารสารว่าไม่มีการคัดลอกผลงานของผู้อื่น กรณีหากพบว่ามีจะต้องหยุดกระบวนการประเมิน และติดต่อยังผู้เขียนบทความเพื่อขอคำชี้แจงทันที และเพื่อประกอบการในการ “ตอบรับ” หรือ “ปฏิเสธ” การตีพิมพ์บทความในวารสาร บรรณาธิการสามารถดำเนินการถอนบทความได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้เขียนซึ่งถือเป็นสิทธิและความรับผิดชอบต่อบทความของบรรณาธิการ
4. บรรณาธิการจะต้องรักษาหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินงานที่จะต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียน ตลอดถึงผู้ประเมินโดยเด็ดขาด และจะต้องไม่นำข้อมูลบางส่วนหรือทุกส่วนของบทความไปเป็นผลงานของตนเอง
5. บรรณาธิการมีหน้าที่พิจารณาเพื่อการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยที่มีระเบียบวิธีวิจัยที่ถูกต้อง มีความน่าเชื่อถือ โดยมีความเหมาะสม และควรนำตีพิมพ์เผยแพร่หรือไม่
6. บรรณาธิการมีหน้าที่พิจารณาตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยที่มีระเบียบวิธีวิจัยที่ถูกต้อง และให้ผลที่น่าเชื่อถือ โดยนำผลของการวิจัยมาเป็นตัวชี้นำว่า สมควรตีพิมพ์เผยแพร่หรือไม่
7. บรรณาธิการมีหน้าที่พิจารณาความสามารถของกองบรรณาธิการ และควรมอบหมายงานให้ตรงกับความสามารถของแต่ละท่าน
8. บรรณาธิการจะต้องปฏิบัติตามประกาศศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) ว่าด้วยเรื่องการประเมินด้านจริยธรรม/จรรยาบรรณวารสารวิชาการไทยในฐานข้อมูล TCI อย่างเคร่งครัด

 

บทบาทและหน้าที่ของผู้ประเมินบทความ (Reviewer)

1. ผู้ประเมินบทความจะต้องมีจรรยาบรรณในการรักษาความลับและไม่เปิดเผยข้อมูลของบทความกับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องในระหว่างการประเมินบทความ และยังรวมถึงหลังจากที่ได้พิจารณาประเมินบทความเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
2. ผู้ประเมินบทความต้องมีความตระหนักถึงผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียนที่ทำให้ไม่สามารถให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างอิสระได้ หลังจากที่ได้รับบทความจากบรรณาธิการวารสารผู้ประเมินบทความควรแจ้งให้บรรณาธิการวารสารทราบ และปฏิเสธการประเมินบทความนั้นๆ
3. ผู้ประเมินบทความจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในสาขาวิชา และมีความเชี่ยวชาญในพิจารณาความสำคัญของเนื้อหาในบทความที่มีความสำคัญๆ มีความสอดคล้องกับบทความที่กำลังประเมิน หากผู้เขียนบทความไม่ได้อ้างถึง เข้าไปในการประเมินบทความด้วยผู้ประเมินไม่ควรใช้ความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่มีข้อมูลรองรับมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินบทความ
4. ผู้ประเมินบทความจะต้องไม่ละเมิดการนำข้อมูลบางส่วนในทุกส่วนของบทความไปเป็นผลงานของตนเอง โดยเด็ดขาด หากมีส่วนใดของบทความ ที่มีความเหมือนกัน หรือซ้ำซ้อนกับผลงานชิ้นอื่นๆ ผู้ประเมินบทความต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบ พร้อมแสดงข้อมูลหลักฐาน
5. ผู้ประเมินบทความจะต้องพิจารณาคำนึงถึงหัวข้อ ชื่อเรื่องของบทความวิชาการ สามารถที่จะพิจารณาให้แก้ไขชื่อเรื่องได้ แต่หากเป็นบทความวิจัย ควรพิจารณาเฉพาะความผิดพลาดด้านตัวสะกด และไม่ความพิจารณาให้เปลี่ยนชื่อเรื่องบทความวิจัย การแปลและปรับปรุง

 

บทบาทและหน้าที่ของผู้เขียนบทความ (Author)
1. ผู้เขียนบทความจะต้องมีความรับผิดชอบและรับรองบทความของตนที่ส่งมาจะต้องไม่เคยมีการตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น
2. ผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย โดยจะต้องไม่ละเมิดคัดลอกผลงานของผู้อื่น ไม่มีลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรใดๆ ซึ่งทางวารสารได้กำหนดความซ้ำของเนื้อหาในการตรวจสอบ ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25% โดยมีผลตั้งแต่ เดือนมิถุนายน 2563 เป็นตันไป
3. ผู้เขียนซึ่งมีชื่อปรากฎอยู่ในบทความจะต้องเป็นผู้มีส่วนในการจัดทำบทความหรือมีส่วนในการดำเนินการวิจัย สำหรับบุคคลที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำบทความจะไม่อนุญาตให้ใส่ชื่อลงไปโดยเด็ดขาด
4. ผู้เขียนจะต้องปรับแต่งแก้ไขบทความให้ถูกต้องและปฏิบัติเป็นไปตามรูปแบบของวารสารในหัวข้อ “คำแนะนำสำหรับผู้เขียน” โดยเฉพาะหัวข้อที่ 3 รูปแบบของการจัดเตรียมต้นฉบับ
5. ผู้เขียนจะต้องมีความรับผิดชอบในการอ้างอิงผลงานอันเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหา บทความ รูปภาพ หรือตาราง ในการณีที่ได้มีการนำมาประกอบที่ใช้ในบทความของผู้เขียน โดยให้มีการระบุ “ที่มา” เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ (หากมีการฟ้องร้องจะเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว ทางวารสารจะไม่รับผิดชอบแต่อย่างใด)
6. ผู้เขียนจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของรายการเอกสารอ้างอิง ควรคำนึงและปฏิบัติตามเงื่อนไขและยอมรับเงื่อนไขที่วารสารกำหนดให้เป็นไปตามรูปแบบและเนื้อหา จะต้องมีการนำเสนอข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการวิจัย ไม่ปลอมแปลง บิดเบือน หรือนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ
7. ผู้เขียนจะต้องควรคำนึงถึงระยะเวลาการดำเนินการให้เสร็จภายในเวลา การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จะมีผลของการเลื่อนการตีพิมพ์เผยแพร่ออกไป หรือมีการพิจารณาให้บทความถูกถอดถอนออกจากการตีพิมพ์ในวารสาร
8. ผู้เขียนจะต้องตรวจสอบในการอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ไม่ควรนำเอกสารวิชาการที่ไม่เกี่ยวข้องนำมาอ้างอิง หรือใส่ในบรรณานุกรม และควรอ้างอิงเอกสารเท่าที่จำเป็นอย่างเหมาะสม และไม่ควรอ้างอิงเอกสารที่มากเกินไป
9. ผู้เขียนควรจะต้องระบุชื่อแหล่งทุนที่ให้การสนับสนุนในการทำวิจัย (ในกรณีที่มี) และควรระบุผลประโยชน์ทับซ้อน (ในกรณีที่มี)


เอกสารรับรองจริยธรรม: แนบเอกสารรับรองจาก IRB ของสถาบัน (คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์) เมื่อส่งบทความ


ระเบียบวิธีวิจัย: ต้องถูกต้อง ชัดเจน และน่าเชื่อถือ

รูปแบบ: จัดรูปแบบตาม "คำแนะนำสำหรับผู้เขียน" ของวารสารวารสารพุทธนวัตกรรมปริทรรศน์
จริยธรรมของวารสารและบรรณาธิการ (Editorial Ethics)

ประเมินคุณภาพ: เลือกผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความอย่างเป็นธรรมโดยไม่เปิดเผยตัวตน (Double-blind review)

ป้องกันการคัดลอก: ตรวจสอบการคัดลอกผลงานอย่างเคร่งครัด

แก้ไขข้อผิดพลาด: พร้อมแก้ไข/ถอนบทความหากพบปัญหางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต้องผ่านการรับรองจริยธรรม มีการปกป้องสิทธิ ความปลอดภัย และสุขภาวะของอาสาสมัคร นักวิจัยต้องระบุการรับรองและแนบเอกสาร และกองบรรณาธิการวารสารจะพิจารณาขั้นสุดท้าย ซึ่งเป็นการยืนยันว่าวารสารต้องการงานวิจัยที่มีคุณภาพและมีจริยธรรมสูง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจแก่สาธารณชน

ตระถึงความสำคัญ
ตระหนักถึงจริยธรรม: งานวิจัยต้องคำนึงถึงสิทธิ ศักดิ์ศรี ความปลอดภัย และสุขภาวะของผู้เข้าร่วมวิจัย
การอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรม (IRB/EC): การศึกษาวิจัยในมนุษย์ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการฯ

การระบุและแนบหลักฐาน: ผู้วิจัยต้องระบุในบทความพร้อมแนบหนังสือรับรองจริยธรรม
การตัดสินใจของกองบรรณาธิการ: การอนุมัติตีพิมพ์ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของวารสาร ซึ่งถือเป็นที่สิ้นสุด

 

เหตุและผลในหลักเกณฑ์นี้

ปกป้องอาสาสมัคร: เพื่อป้องกันอันตรายหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วมวิจัย

สร้างความน่าเชื่อถือ: ทำให้สาธารณชนไว้วางใจในผลงานวิจัย

ยกระดับคุณภาพงานวิจัย: สนับสนุนให้นักวิจัยสร้างสรรค์งานที่มีคุณค่าและมีความรับผิดชอบ