รูปแบบความร่วมมือวิถีพุทธของชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววัดป่า ในจังหวัดอุบลราชธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
ดุษฎีนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความร่วมมือวิถีพุทธของชุมชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยววัดป่า 2) วิเคราะห์แนวทางสร้างความร่วมมือวิถีพุทธของชุมชมในการส่งเสริมการท่องเที่ยววัดป่า 3) เสนอรูปแบบความร่วมมือวิถีพุทธของชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววัดป่าในจังหวัดอุบลราชธานี โดยเป็นการวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพร่วมกันในการวิจัย ผลการศึกษาพบว่า
1)รูปแบบความร่วมมือวิถีพุทธนั้นใช้หลักการบริหารชุมชนด้วยหลักอปริหานิยธรรม 7 ประการ มาใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยววัดป่าด้วยการสร้างสิ่งดึงดูดการท่องเที่ยวตามกรอบแห่งหลักสัปปายะ 7 มาใช้ในการจัดการด้วยมีความสอดคล้องตามแนวคิดทฤษฎี 5A เป็นสำคัญ รวมทั้งการมีข้อมูลของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่มีต่อศักยภาพวัดป่าที่ทำให้เห็นว่าวัดป่านั้นมีศักยภาพสำคัญคือด้านอากาศที่ดี สภาพแวดล้อมที่ดี (อุตุสัปปายะ) มีพักอาศัย (อาวาสสัปปายะ) ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ( = 3.68, S.D.=0.40) ส่วนศักยภาพที่ควรพัฒนาและปรับปรุงส่งเสริมให้ดีขึ้นต่อไปคือ ด้านการเดินทาง (โคจรสัปปายะ) ที่ยังมีค่าเฉลี่ยที่เป็นลำดับสุดท้ายในการประเมิน ( = 3.65, S.D.=0.37)
2) ส่วนระดับความร่วมมือวิถีพุทธของชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววัดป่าในจังหวัดอุบลราชธานี (อปริหานิยธรรม 7) พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.20, S.D.=0.05) ส่วนค่าเฉลี่ยรายด้านพบว่า มากที่สุดคือด้านความร่วมมือประชุมกับวัดป่ามากสุด ( = 3.48, S.D.= 0.13) และลำดับสุดท้ายคือด้านการปฏิบัติให้ความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน ( = 2.77, S.D.=0.07) เมื่อนำข้อมูลทั้งสองส่วนมาวิเคราะห์โดยอาศัยเทคนิค SWOT Analysis ก็สามารถกำหนดนโยบายในการแก้ไขจุดอ่อนในแต่ละวัดได้เป็นอย่างดี
3)การเสนอรูปแบบความร่วมมือวิถีพุทธของชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววัดป่าในจังหวัดอุบลราชธานี ชุมชนวิถีพุทธจะต้องยึดการดำเนินปฏิบัติตามหลักอปริหานิยธรรม 7 เริ่มจากการรวมตัวประชุมพูดคุยเสนอแสดงแนวทางการส่งเสริมวัดป่าในเรื่องต่างๆ ผ่านกิจกรรมพิธีกรรม ทางพุทธศาสนาเป็นสำคัญ อีกทั้งยังอาศัยฐาน ศรัทธา ความเชื่อมั่นพระสงฆ์ ด้วยการร่วมมือสร้างสิ่งสร้างสรรสิ่งดึงดูดในวัดป่าตามกรอบแห่งสัปปายะ 7 เป็นสำคัญ และไม่สร้างสรรค์สิ่งดึงดูดอื่นนอกจากหลักการทางพุทธศาสนา
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เรื่องลิขสิทธิ์/เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง :
หนังสือ :
จุฑาภรณ์ หินซุย. (2551). การศึกษาเรื่องแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงพุทธ กรณีศึกษาวัดประชาคมวนาราม อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น บัณทิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ภัทร์สุภา ลีลานภาพรรณ์. (2551). การท่องเที่ยวเชิงพุทธ: กรณีศึกษาแหล่งวัฒนธรรมในกรุงเทพมหานคร. สารนิพนธ์ ศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพุทธศาสน์ศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
พฤฒ เอมมานูเอล ใบระหมาน. (2552). การสร้างความร่วมมือเพื่อต่อต้านการค้าแรงงานทาสบนเรือประมง ภาคนิพนธ์ รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พระสมหมาย อตฺถสิทฺโธ (พืชสิงห์). (2559). รูปแบบการนำหลักอปริหานิยธรรมไปใช้ในการบริหารของผู้บริหารสังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดร้อยเอ็ด. ดุษฎีบัณฑิตบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
รายงานวิจัย :
เกษสุดา งามขวา. (2543). พระธาตุดุม:แนวทางการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม เพื่อส่งเสริมการ ท่องเที่ยว. รายงานการวิจัยหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม. ข้อมูลหายไป
วสันต์ เทพสุริยานนท์. (2552). ชุมชนร่วมรัฐ: กระบวนการเสริมสร้างเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรมบ้านหมอสอ จังหวัดกาญจนบุรี. รายงานการวิจัยเสนอต่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. เครือข่ายมรดกศิลปะวัฒนธรรมบ้านหมอสอ องค์การบริหารส่วนตำบลพระแท่น สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี.
สื่ออิเล็กทรอนิกส์ :
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีสถิติด้านการท่องเที่ยว ปี 2563. (Tourism Statistics 2020). [ออนไลน์]. แหล่งที่มา www. mots.go.th/more_news. (วันที่สืบค้น 29 กุมภาพันธ์ 2565)
Reference :
Books :
Chutaporn Hinsui. (2008). A Study of Approaches to Promoting Buddhist Tourism: A Case Study of Wat Prachakom Wanaram, Sri Somdet District, Roi Et Province. Master of Public Administration. College of Local Administration.Graduate School, Khon Kaen
University.
Pattarasupa Leelanapaphan. (2008). Buddhist Tourism: A Case Study of Cultural Sites in Bangkok. Thesis Master of Religious Studies in Buddhist Studies Graduate School Mahamakut Buddhist University.
Prut Emmanuel Bairahman. (2009). Building Cooperation to Combat Slave Labor on Fishing Vessels. Master's Thesis in Political Science, Graduate School, Thammasat University.
PhraSommai Atthasitho (Phuechsing). (2016). The Application of the Aparihaniyadhamma Principles in the Management of Local Government Executives in Roi Et Province.
Doctor of Philosophy (Ph.D.) in Buddhist Studies Graduate School Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
Research report :
Ketsuda Ngamkwa. (2000). Phra That Dum: Guidelines for Environmental and Artistic Conservation to Promote Tourism. Research report, Environmental and Artistic Conservation Unit. Information missing.
Wasan Thepsuriyanont. (2009). Community-Government Partnership: A Process for Strengthening the Cultural Heritage Network of Ban Mo So, Kanchanaburi Province. (Research report Submitted to the Tourism Authority of Thailand). Heritage and Cultural Network of Ban Mo So, Phra Thaen Subdistrict Administrative Organization, Fine Arts Department Region 2 Suphan Buri.
Electronic media :
Ministry of Tourism and Sports, Tourism Statistics 2020. [Online]. Available from: www. mots.go.th /more_news. (Accessed 29 February 2022)