การพัฒนาความกล้าแสดงออกที่เหมาะสมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยการสอนแบบกลุ่มและการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
คำสำคัญ:
ความกล้าแสดงออกที่เหมาะสม, การสอนแบบกลุ่ม, การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาระดับความกล้าแสดงออกที่เหมาะสมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังการใช้การสอนแบบกลุ่มและการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม 2. เพื่อเปรียบเทียบความกล้าแสดงออกที่เหมาะสมของนักเรียนก่อนและหลังการใช้การสอนแบบกลุ่มและการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านถ้ำโกบ จ.กระบี่ ภาคเรียนที่ 1/2568 จำนวน 58 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านถ้ำโกบ จ.กระบี่ ภาคเรียนที่ 1/2568 จำนวน 29 คน เลือกโดยวิธีสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาสุขศึกษาและแบบสอบถามความกล้าแสดงออกที่เหมาะสม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การหาค่าเฉลี่ย (x̄) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าสถิติทดสอบ t-test และ ระดับนัยสำคัญของการทดสอบ (Sig.) ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1) ระดับความกล้าแสดงออกที่เหมาะสมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้การสอนแบบกลุ่มและการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม มีค่าเฉลี่ย (x̄) เท่ากับ 3.88 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.98 ซึ่งอยู่ในระดับมาก 2) ความกล้าแสดงออกที่เหมาะสมของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนค่าเฉลี่ย (x̄) หลังการจัดการเรียนรู้เท่ากับ 3.88 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.98 คะแนนเฉลี่ย (x̄) ก่อนการจัดการเรียนรู้เท่ากับ 1.74 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.95
เอกสารอ้างอิง
กุลยา ตันติวิทยาพิทักษ์. (2560). จิตวิทยาการศึกษาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กัลยาณี สิทธิวุฒิ. (2561). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและกระบวนการกลุ่มเพื่อสร้างสุขภาวะทางสังคมให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านน้ำโค้ง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 9(2), 45–58.
โชติ บดีรัฐ. (2559). การพัฒนาพฤติกรรมการกล้าแสดงออกด้วยกระบวนการกลุ่มที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภาครัฐ. Journal of Community Development Research (Humanities and Social Sciences), 9(3), 25–38. สืบค้นเมื่อ 22 เมษายน 2568 แหล่งที่มา: https://www.journal.nu.ac.th/JCDR/article/view/1596
ธนน ลาภธนวิรุฬห์. (2562). พัฒนาความสามารถในการพูดการแสดงออกโดยใช้บทบาทสมมุติ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา, 7(2), 89–105.
ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ. (2548). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
สุพัตรา ศรีจันทร์ และคณะ. (2563). การพัฒนาชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT ร่วมกับการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Cooperative Learning). วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 10(3), 112–125.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวัดและประเมินผลการศึกษา. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
Alberti, R. E., & Emmons, M. L. (2008). Your perfect right: Assertiveness and equality in your life and relationships. Impact Publishers.
Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice-Hall.
Bower, G. H., & Bower, T. G. R. (1976). Human memory: Basic processes. New York: Academic Press. Cain. (2012).
Lange, A. J., & Jakubowski, P. (1976). Responsible assertive behavior: Cognitive/behavioral procedures for trainers. Research Press.
Luft, J. (1970). Group processes: An introduction to group dynamics (2nd ed.). Palo Alto, California: Mayfield Publishing Company.