The Administration of the Temple As A Buddhist Learning Area In Nonthaburi Province.

Main Article Content

Phrakhruwimon Suwanakorn (Somphong Jan Thawaro)
Phrakruophat nonthakit
Somsak Boonpoo

Abstract

The purpose of this research was to study the management of temples as Buddhist learning areas in Nonthaburi Province. The mixed research was quantitative research asking a sample of 400 people. The statistics used were percentage, mean, and standard deviation. The qualitative research was conducted by interviewing 10 experts and focus group discussions by 10 person using content analysis. The results revealed that the administration of the temple as a Buddhist learning area, in overall, of 5 aspects was in high level, i.e., traditions and traditions, architecture, sculpture and painting. The temple arranges to learn how to understand the colors used in painting as a learning resource of temple, study the people and animals on the paintings, inquiry and interviews those who joined to learn sculpture to gain the art knowledge, such as organizing media to present the knowledge of Thai art and architecture, and the temple offers the community the opportunity to participate in architectural studies.

Article Details

How to Cite
(Somphong Jan Thawaro), . . P. S., nonthakit, P., & Boonpoo, S. . . (2023). The Administration of the Temple As A Buddhist Learning Area In Nonthaburi Province. Journal of MCU Palisueksabuddhaghosa Review, 9(1), 254–264. retrieved from https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Palisueksabuddhaghosa/article/view/264891
Section
Research Article

References

กรมการศาสนา, แนวทางการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเส้นทางแสวงบุญในมิติทางศาสนา ปี ๒๕๕๗,กรุงเทพมหานคร: กรมการศาสนา, ๒๕๕๗.

กรมการศาสนา, แนวทางการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเส้นทางแสวงบุญในมิติทางศาสนา ปี ๒๕๕๗, กรุงเทพมหานคร: กรมการศาสนา, ๒๕๕๗.

ทะเบียนวัดในประเทศไทย, [ออนไลน์วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔], Retrieved from http://www.thammapedia.com/ ceremonial/watthai_bypak.htm

บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร : สุริยาสานส์, ๒๕๔๓.

พระครูขันติวโรภาส (ขาว ขนฺติโก), “รูปแบบการพัฒนาวัดในกรุงเทพมหานครให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม”, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม : 2559.

พระครูวัฒนสุตานุกูล, “กระบวนการพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของคณะสงฆ์ไทย”, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย : 2557.

พระปลัดโฆษิต คงแทนและคณะ “รูปแบบการจัดการศึกษาของวัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน”, ดุษฎีนิพนธ์, บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล,๒๕๕๘.

ไพลดา อริรุทธพาณิชย์, “การพัฒนาครูด้านการวิจัยในชั้นเรียนด้วยชุดฝึกอบรมการวิจัยในชั้นเรียน, บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 2552.

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.

เยาวภา ประคองศิลป์, ความจำเป็นของการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมระหว่างบ้าน วัด และโรงเรียน, เอกสารประกอบการเสวนาวิชาการทางการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ๒๕๔๙.

รังสี สุทนต์ ,พุทธกิจ กิจที่พระพุทธเจ้าทรงกระทำ.โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,กรุงเทพมหานคร ,๒๕๕๙.

วิกิพีเดีย, จังหวัดนนทบุรี, https://th.wikipedia.org/ [ออนไลน์วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๔]

วิสุทธิ์ วิจิตรพัชราภรณ, “การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาแบบกระจายอํานาจในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามแนวทางพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒”, วิทยานิพนธ ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ๒๕๔๗.

สุทธิพงศ์ บุญผดุง, “การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก”, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 2558.

เสาวภา ไพทยวัฒน์ และคณะ, “การเปลี่ยนแปลงในชีวิตของสังคมเมืองกับการสร้างรูปแบบศรัทธาการมีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย : กรณีศึกษา วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม”, รายงานการวิจัย, กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 2553.