ผลของหลักสูตรการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายทางปัญญาเพื่อจัดการปัจจัยเสี่ยง ด้านสุขภาพในชุมชนต่อการพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานของหมออนามัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แวดวงสาธารณสุของประเทศไทยใช้คำ “หมออนามัย” เรียกบุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานอยู่ในสถานบริการระดับปฐมภูมิ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) แบบ 1 กลุ่มวัดก่อนและหลัง (One-Group Pretest-Posttest Design) วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของหลักสูตรการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายทางปัญญาเพื่อจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชนต่อการพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานของหมออนามัย กลุ่มตัวอย่าง คือ หมออนามัยที่เข้าร่วมรับการอบรมหลักสูตรการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายทางปัญญาเพื่อจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชน จำนวน 27 คน ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้วยหลักสูตรการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายทางปัญญาเพื่อจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชน ประกอบด้วย (1) การฝึกอบรม จำนวน 5 ครั้ง ๆ ละ 2 - 3 วัน (2) การสนับสนุนงบประมาณในการจัดทำโครงการพัฒนาเครือข่ายทางปัญญาเพื่อจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชน ได้แก่ โครงการเกี่ยวกับบุหรี่ อุบัติเหตุ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และโรคเรื้อรัง (3) การเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินโครงการพัฒนาเครือข่ายทางปัญญาเพื่อจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชน (4) การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อติดตามการดำเนินงานของแต่ละภาค ๆ ละ 1 ครั้งละ ๆ 2 วัน และ (5) การจัดทำสื่อสุขภาพและการนำเสนอผลงาน 2 วัน จำนวน 1 ครั้ง เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ การวิเคราะห์ค่าที (t-test) ผลการศึกษาพบว่าคะแนนเฉลี่ยสมรรถนะการวิเคราะห์และประเมินผล สมรรถนะการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชนสมรรถนะการประสานความร่วมมือกับบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สมรรถนะการบริหารจัดการ (ได้แก่ ความสามารถควบคุมตนเอง การมีวิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำและการคิดอย่างมีระบบ การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การทำงานเป็นทีม การวางแผน การบริหารจัดการงบประมาณ และการเคารพศักดิ์ความเป็นมนุษย์) และสมรรถนะด้านวิชาการ (ได้แก่ ด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ ด้านการวิจัยจากงานประจำเพื่อจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชน และการจัดการความรู้ในการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชน) หลังได้รับการอบรมหลักสูตรการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายทางปัญญาเพื่อจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชน สูงกว่าก่อนได้รับการอบรมด้วยหลักสูตรการเสริมสร้างศักยภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 ดังนั้นหลักสูตรการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายทางปัญญาเพื่อจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชนมีผลทำให้สมรรถนะที่จำเป็นการปฏิบัติงานการป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่เกิดจากปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชนของหมออนามัยเพิ่มขึ้น
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานและคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
ขวัญใจ จิรัฐจินดา. (2557). รูปแบบการเสริมสร้างสมรรถนะหลักสำหรับบุคลากรสาธารณสุขของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษา ภาควิชาพื้นฐานทาง การศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย หมาวิทยาลัยศิลปากร.
ฐนันดร์ศักดิ์ บวรนันทกุล. (2557). การเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี. ปีที่ 6, ฉบับที่ 2, หน้า 186-193
จุฑาทิพย์ พิทักษ์. (2559). คู่มือเยี่ยมเสริมพลัง. นนทบุรี: สำนักบริหารการสาธารณสุข
บุญเรือง ขาวนวล (บรรณาธิการ). (2557). การจัดการเชิงเครือข่ายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ: บทเรียนจากเครือข่ายหมออนามัย. นนทบุรี: สมาคมหมออนามัย
บุษกร วัฒนบุตร. (2559). การพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ในศตวรรษที่ 21. ธรรมทรรศน์. ปีที่ 16, ฉบับที่ 2, หน้า 163-176
ประเวศน์ มหารัตน์สกุล. (2542). การบริหารทรัพยากรมนุษย์: แนวทางใหม่. กรุงเทพมหานคร: สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
ปิยะนุช พรหมสาขา ณ สกลนคร จิราพร วรวงศ์ ศิราณี ศรีหาภาค ธานี กล่อมใจ และพิทยา ศรีเมือง. (2559). การเรียนรู้การบริหารจดัการระบบสุขภาพอำเภอ: บทบาทและมุมมองของอาจารย์หรือนักวิชาการสถาบันการศึกษา. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. ปีที่ 26, ฉบับที่ 3, หน้า 27-39
ภูษิต ประคองสาย (บรรณาธิการ). (2559). การสาธารณสุขไทย 2554 - 2558. นนทบุรี: สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (2557). สังคมผู้สูงอายุ: นัยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ. เข้าถึงเมื่อ (20 มกราคม 2560). เข้าถึงได้จาก (https://www.stou.ac.th/stouonline/lom/data/sec/Lom12/05-01.html)
สุกัญญา รัศมีธรรมโชติ. (2549). แนวทางการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ Competency Based Learning. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: ศิริพัฒนาอินเตอร์พริ๊นท์
สุรเกียรติ อาชานานุภาพ. (2551). บทบาทใหม่ของหออนามัย. วารสารคลินิก. ฉบับที่ 287, หน้า 12-13
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J, and Adderson, R. E. (2010). Multivariate Data Analysis, 7th Edition. New York: Pearson.
Public Health Foundation. (2014). Core Competencies for Public Health Professionals. Access (19 May 2017). Available (https://www.phf.org/resourcestools/Documents/Core_Competencies_for_Public_Health_Professionals_2014June.pdf).
Waltz, C. F., Strickland, O. L., and Lenz, E. R. (2005). Measurement in nursing and health research. (3rd ed.) New York: Springer Publishing Co.