การพัฒนาโมเดลการประเมินผลกระทบทางสังคมอย่างมีส่วนร่วม (SIA) ในโครงการพัฒนาทางของหน่วยงานราชการ ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโมเดลการประเมินผลกระทบทางสังคมอย่างมีส่วนร่วม (SIA) สำหรับโครงการพัฒนาทางของหน่วยงานราชการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์เอกสารทางวิชาการ การจัดประชุมกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ และการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก 8 คน ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน ภาคประชาสังคม และผู้เชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เชิงประเด็นและเชิงเนื้อหาภายใต้กรอบทฤษฎีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและทฤษฎีกระบวนการมีส่วนร่วม
ผลการวิจัยพบว่า โมเดล SIA ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยสี่องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การระบุและวิเคราะห์กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กระบวนการมีส่วนร่วมแบบหลายระดับการประเมินและจัดการผลกระทบทางสังคม และระบบติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง โมเดลได้รับการยืนยันความเหมาะสมและความน่าเชื่อถือจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 8 ท่าน โดยมีคะแนนประเมินเฉลี่ย 4.2 จาก 5.0 คะแนน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์
เอกสารอ้างอิง
ธนพร วิทยาวัฒน์. (2564). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการโครงการ ภาครัฐ: กรณีศึกษาโครงการพัฒนาคมนาคมในภาคใต้. วารสารการบริหารท้องถิ่น, 14(3), 125-142.
ประพันธ์ ศิริสมบูรณ์. (2563). การมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารการวิจัยการพัฒนาท้องถิ่น, 8(2), 112-128.
วันดี จิตวิมล. (2562). ผลกระทบทางสังคมของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ ชนบทไทย. วารสารพัฒนาสังคม, 21(2), 68-89.
สมศักดิ์ พงศ์วิริยกุล. (2564). แนวทางการประเมินผลกระทบทางสังคมของโครงการพัฒนาในประเทศไทย. วารสารนโยบายสาธารณะและการพัฒนา, 5(1), 75-92.
สำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี. (2565). แผนพัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2566-2570. สุราษฎร์ธานี: สำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี.
เสาวลักษณ์ แก้วกำเนิด, และ วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์. (2563). การประเมินผลกระทบทางสังคมของโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในกรุงเทพมหานคร. วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อม, 16(2), 49-67.
อมรชัย รักษาทรัพย์. (2563). โครงสร้างพื้นฐานกับการพัฒนาเศรษฐกิจไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Braun, V., & Clarke, V. (2006). Using thematic analysis in psychology. Qualitative Research in Psychology, 3(2), 77-101.
Delbecq, A. L., & Andrew, H. V. (1971). A group process model for problem identification and program planning. Journal of Applied Behavioral Science, 7(4), 466-492.
Esteves, A. M., Franks, D., & Vanclay, F. (2012). Social impact assessment: The state of the art. Impact Assessment and Project Appraisal, 30(1), 34-42.
Freeman, R. E., Harrison, J. S., Wicks, A. C., Parmar, B. L., & De Colle, S. (2010). Stakeholder theory: The state of the art. Cambridge: Cambridge University Press.
João, E., Vanclay, F., & den Broeder, L. (2011). Emphasising enhancement in all forms of impact assessment: Introduction to a special issue. Impact Assessment and Project Appraisal, 29(3), 170-180.
Mottee, L. K., Arts, J., Vanclay, F., Howitt, R., & Miller, F. (2020). Limitations of technical approaches to transport planning practice in two cases: Social issues as a critical component of urban projects. Planning Theory & Practice, 21(1), 39-57.
O'Faircheallaigh, C. (2010). Public participation and environmental impact assessment: Purposes, implications, and lessons for public policy making. Environmental Impact Assessment Review, 30(1), 19-27.
Sanjek, R. (1990). Fieldnotes: The makings of anthropology. Ithaca, NY: Cornell University Press.
United Nations. (2015). Transforming our world: The 2030 agenda for sustainable development. New York, NY: United Nations.
Vanclay, F., Esteves, A. M., Aucamp, I., & Franks, D. (2015). Social impact assessment: Guidance for assessing and managing the social impacts of projects. Fargo, ND: International Association for Impact Assessment.
Vroom, V. H., & Deci, E. L. (1970). Management and motivation: Selected readings. Harmondsworth, England: Penguin Books.