แนวทางการสร้างความสุขของผู้สูงอายุในจังหวัดตรัง

Main Article Content

วิสุทธิณี ธานีรัตน์

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่องแนวทางการสร้างความสุขของผู้สูงอายุในจังหวัดตรัง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างความสุขของผู้สูงอายุในจังหวัดตรัง เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้สูงอายุ  และการสนทนากลุ่มย่อย เครื่องมือในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้าง ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพในการให้ข้อมูลได้ และเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในชุมชน ได้แก่ ประธานชมรม หรือตัวแทนผู้สูงอายุ จำนวน 30 ราย สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา


ผลการศึกษา พบว่า การพัฒนาผู้สูงอายุให้มีความสุขนั้น จำเป็นต้องครอบคลุมในมิติต่างๆ ที่สำคัญตามตัวชี้วัดความสุขสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย ของกรมสุขภาพจิต ใน 5 มิติ ดังนี้ 1) มิติด้านสุขสบาย 2) มิติด้านสุขสนุก 3) มิติด้านสุขสง่า 4) มิติด้านสุขสว่าง และ 5) มิติด้านสุขสงบ ดังนั้น เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถบรรลุความสุขตามตัวชี้วัดดังกล่าวจึงจำเป็นต้องมีการกำหนดกลยุทธ์และแนวทางที่มีความเชื่อมโยงในทุกระดับ โดยประกอบด้วย 1) กลยุทธ์ในระดับปัจเจกบุคคล โดยเกี่ยวข้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุ 2) กลยุทธ์ในระดับองค์กร เกี่ยวข้องกับการจัดการในส่วนขององค์กรที่รับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุ และ 3) กลยุทธ์ในระดับสังคม เกี่ยวข้องในเชิงการกำหนดนโยบายด้านต่างๆ ของผู้สูงอายุ รวมทั้งในแต่ละระดับของ    7.2.1 กลยุทธ์จะต้องมีการมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและการอยู่ดีมีสุขของผู้สูงอายุ ตลอดจนการส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้สูงอายุด้วยเช่นเดียวกัน โดยมีการบูรณาการ กลยุทธ์แต่ละระดับกับทุกขั้นตอนของหลักสูตรชีวิตมนุษย์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ธานีรัตน์ ว. (2026). แนวทางการสร้างความสุขของผู้สูงอายุในจังหวัดตรัง. วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, 9(1), 66–87. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/SASAJ/article/view/280688
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมการปกครอง สำนักบริหารการทะเบียน. (2567). สถิติจำนวนประชากร ประจำเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2567. สืบค้นจาก https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMONTH/statmonth/#/displayData

กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2567). สถิติผู้สูงอายุของประเทศไทย 77 จังหวัด ณ. วันที่ 31 ธันวาคม 2567. สืบค้นจาก https://www.dop.go.th/th/statistics_page?cat=1&id=2566

กระทรวงพัฒนาสังคมและและความมั่นคงของมนุษย์. (2553). พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: เทพเพ็ญวานิสย์. สืบค้นจาก http://www.dop.go.th/download/laws/regulation_th_20152509163042_1.pdf

กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. (2560). Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน. สืบค้นจาก https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2017/20171114-draeqa-blueprint.pdf

ชลวิทย์ เจียรจิตต์. (2565). สู่สังคมชาญชรา: นวัตกรรมทางสังคมกับการเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุในสังคมไทย. วารสารพัฒนาสังคม, 24(1), 49-67.

พระราชบัญญัติกำหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549. (2542, 17 พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 116 ตอนที่ 114 ก. หน้า 48.

รณภพ เกตุทอง. (2567). รูปแบบความสุขของผู้สูงอายุจังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(3), 526-534.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 134 ตอนที่ 40 ก. สืบค้นจาก https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF

วิสุทธิณี ธานีรัตน์. (2565). ความต้องการการเรียนรู้สู่การเป็นผู้สูงอายุที่มีพฤฒพลังของผู้สูงอายุในจังหวัดตรัง. วารสารการบริหารท้องถิ่น, 15(1), 79-96.

วิสุทธิณี ธานีรัตน์, และ วรางคณา ตันฑสันติสกุล. (2565). รูปแบบการดำเนินชีวิตและความต้องการ สวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในจังหวัดตรัง. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 10(3), 1176-1191.

วีระยุทธ งามจิตร. (2564). คุณสมบัติของผู้นำกับการนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติ. วารสารสหศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 21(1), 14-25.

ศุภมาส รัตนพิพัฒน์, และ สุวิทย์ จันทร์เพ็ชร. (2561). การจัดการเครือข่าย : กลยุทธ์ใหม่สำหรับการจัดบริการด้านผู้สูงอายุของภาครัฐไทย. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 5(2), 121-134.

สำนักงานสถิติจังหวัดตรัง. (2567). จำนวนประชากรผู้สูงอายุในจังหวัดตรัง ระหว่างปี พ.ศ. 2562-2567 จำแนกตามพื้นที่. สืบค้นจาก http://trang.nso.go.th.

อัญชลี เชี่ยวโสธร, ผ่องพรรณ เกิดพิทักษ์, และ รัญจวน คำวชิรพิทักษ์. (2568). ความสุขในชีวิตของผู้สูงอายุ. วารสารวิจยวิชาการ, 8(2), 347-362.

Bryant, J., Hobden, B., Waller, A. Clapham, M., & Sanson-Fisher, R. (2021). Participation in future planning by community-dwelling older Australians receiving aged care services: Findings from a cross-sectional survey. Australasian Journal on Ageing, 2021(4), 373-380. Retrieved from http://doi.10.1111/ajag.12927

Creswell, J. W. & Poth, C. N. (2020). Qualitative Inquiry and Research Design: Choosing Among Five Approaches (4th ed.). Singapore: SAGE.

Dana, L. M., Jongenelis, M. I., Jackson, B., Newton, R. U. & Pettigrew, S. (2021). Development of a scale assessing retired older adults’ attitudes to volunteering. Australasian Journal on Ageing, 40(3), 254-261. Retrieved from http://doi.10.1111/ajag.12907.

Foster, L. & Walker, A. (2014). Active and Successful Aging: A European Policy Perspective. The Gerontologist, 55(1), 83–90. Retrieved from http://doi.10.1093/geront/gnu028

Guo, L., Hao, S., Ranasinghe, U., Tang, M. L. & Hardie, M. (2021). Stakeholder Collaboration Mechanism in Elderly Community Retrofit Projects: Case Study in China. Sustainability, 13(19), 1-15. Retrieved from http://doi.org/10.3390/su131910759

Learmonth, E., Taket, A., & Hanna, L. (2011). Ways in which ‘community’ benefits frail older women's well-being: ‘we are much happier when we feel we belong’. Australasian Journal on Ageing, 31(1), 60-63. Retrieved from http://doi.10.1111/ajag.12025.

Rattanapipat, S. & Chanpetch, S. (2017). Network Management--New Strategies in Elderly Services for Thai Government. International

Journal of Social Sciences and Management, 4(4), 232-239. Retrieved from http://doi.10.3126/ijssm.v4i4.17805

Someya, Y., & Hayashida, C. T. (2022). The past, present and future direction of government-supported active aging initiatives in Japan: a work in progress. Social Sciences, 11(2), 65. 2-18.

Walker, A. (2015). Active ageing: Realising its potential. Australasian Journal on Ageing, 34(1), 2-8. Retrieved from http://doi.10.1111/ajag.12219