Exposure Behavior Health Education “Pak Mut Yut Puai” Programs through New Media

Main Article Content

Pakid Hongthiamthong
Pataraporn Sangkapreecha

Abstract

This quantitative research aimed to study the exposure behavior and estimations of Pak Mut Yut Puai via a new media. By using online questionnaires to collect data with people who have watched the Pak Mut Yut Puai via Facebook fan page, 250 peoples.


The studies of the viewer’s behavior towards the viewing the Pak Mut Yut Puai program via new media channel were as follows: Most of the viewers watched the program and mentioned that the program should be presented through Pak Mut Yut Puai Facebook Fan Page. The frequency of watching the program was 1 time per week. The viewers watched most of the entire program in each episode (2 minutes). They viewed the program by watching it leisurely but attentively sometimes. They used to hit the “Like” or “Share” and comment the video clips that were published on Pak Mut Yut Puai Facebook Fan Page.


The estimations on health education programs include: participation in the program and the communication component of the program. The most overall opinions is the highest level.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

How to Cite
Hongthiamthong, P., & Sangkapreecha, P. (2022). Exposure Behavior Health Education “Pak Mut Yut Puai” Programs through New Media. SIAM COMMUNICATION REVIEW, 21(1), 79–90. Retrieved from https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/258757
Section
Research Articles

References

ภาษาไทย

กัตติกา แก้วมณี. (2561). การเปิดรับสื่อสังคม การใช้ประโยชน์และความพึงพอใจ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.

พิพัฒธนพงษ์ วัฒนกัลยากุล. (2561). การศึกษาพฤติกรรมการสื่อสารการใช้ประโยชน์และความพึงพอใจจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างเครือข่ายกลุ่มแฟนคลับหมอลำ: กรณีศึกษาเฟซบุ๊กแฟนเพจ กลุ่ม “เทพไหล”. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

พิมพ์แข ศรีเจริญ. (2559). พฤติกรรมการเปิดรับและความพึงพอใจต่อรายการตีสิบเดย์ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มุทิตา วรรณทิม. (2561). เปรียบเทียบประสิทธิผลการโฆษณาของแพลทฟอร์มที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของทันตแพทย์ผ่านกูเกิล (Google Ads) และเฟซบุ๊ก (Facebook Ads) กรณีศึกษา E-Marketplace ชื่อ “DentalGather” ภายใต้บริษัท เดอะ คอลแลบครีเอท จำกัด. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.

วรัชญา ทิพย์มาลัย. (2562). พฤติกรรมและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสิทธิของผู้สูงอายุผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สาลินี จีนจรรยา. (2558). ประสิทธิผลของการเผยแพร่ข่าวสารประชาสัมพันธ์เชิงบูรณาการบนสื่อใหม่ของมหาวิทยาลัยรังสิต. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สิทธิเดช สิทธิสินทรัพย์. (2558). การศึกษาสภาพความต้องการและรูปแบบการนำเสนอรายการโทรทัศน์เพื่อการสื่อสารสุขภาพสำหรับเยาวชน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สิริพรรณ เวปุระ. (2560). พฤติกรรมการรับชมรายการ “ตื่นมาคุย” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี ในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สิริลักษณ์ อุบลรัศมี. (2560). การเปิดรับสื่อ การแบ่งปันข้อมูล และการรู้เท่าทันข้อมูลด้านสุขภาพ ในสื่อสังคมออนไลน์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สุภวัฒน์ สงวนงาม. (2557). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกรับชมรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเนชั่น.

ระบบออนไลน์

วรรณรัตน์ รัตนวรางค์. (2558). พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลสุขภาพของผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, 7(1), 169-185. เข้าถึงได้จาก http://ejournals.swu.ac.th/index.php/jbsd/article/view/5142/4926.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2563). สุขภาพคนไทย 2563: สองทศวรรษ ปฏิรูปการศึกษาไทย ความล้มเหลวและความสำเร็จ. เข้าถึงได้จาก https://www.thaihealth.or.th/Books/637/รายงานสุขภาพคนไทย+ปี+2563.html.