การรับชมละครซิทคอมของประชาชนในเขตจังหวัดสกลนคร

Main Article Content

จิรภัทร เริ่มศรี

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะประชากรในเขตจังหวัดสกลนคร ที่รับชมละครซิทคอม และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะประชากรกับปัจจัยก่อนการรับชม ระหว่างการรับชม และหลังการรับชม โดยเก็บข้อมูลประชาชนในเขตจังหวัดสกลนคร ที่รับชมละครซิทคอม จำนวนทั้งสิ้น 900 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-state Sampling) สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงแบน มาตรฐานและทดสอบค่าที (t – test) ทดสอบค่าเอฟ (F – test) โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One – way – ANOVA) การทดสอบค่าเฉลี่ยรายคู่โดยวิธี Least Significant Difference (LSD) การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรโดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบพอยต์ไบซีเรียล (Point Biserial Correlation Coefficient) และไคสแควร์ (Chi-square) ผลการวิจัย พบว่า 1. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 30 – 34 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นพนักงานบริษัทเอกชน มีรายได้ 10,001 – 15,000 บาทต่อเดือน โดยลักษณะประชากรด้านอายุ มีการรับชมละครซิทคอมแตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ส่วนลักษณะประชากรด้านเพศ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ มีการรับชมละครซิทคอมไม่แตกต่างกัน 2. ลักษณะประชากรโดยรวมมีความสัมพันธ์กับปัจจัยก่อนการรับชม ระหว่างการรับชม และหลังการรับชม ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ และรายได้ มีความสัมพันธ์กับปัจจัยก่อนการรับชม ระหว่างการรับชม และหลังการรับชม ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 3. สำหรับข้อเสนอแนะของผู้ชมละครซิทคอม ส่วนใหญ่ต้องการให้ผู้ผลิตละครสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม และประเพณีไทย อยากให้ละครซิทคอมบางเรื่องที่อยู่ในกระแสนิยมปรับเปลี่ยนเวลาในการออกอากาศ เนื่องจากมีเนื้อหาที่ให้ความสนุกสนาน แต่อยู่ในช่วงเวลาดึก และต้องการให้ผู้ผลิตละครซิทคอม ลดการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับอบายมุขต่าง ๆ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เริ่มศรี จ. (2018). การรับชมละครซิทคอมของประชาชนในเขตจังหวัดสกลนคร. วารสารนิเทศสยามปริทัศน์, 17(23), 22–27. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/169396
ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กรมการปกครอง. (2559). สถิติประชากรและบ้าน. เข้าถึงได้จาก http://stat.dopa.go.th/stat/statnew/upstat_age.php

กิติมา สุรสนธิ. (2547). ความรู้ทางการสื่อสาร. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

วิเชียร เกตุสิงห์. (2541). สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.

ศิริชัย พงษ์วิชัย. (2550). การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สยุมพล ศรพรหม. (2558). ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกเปิดรับชมออนไลน์ทีวีบนสมาร์ทโฟนของคนวัยทำงานในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

DeFleur, M. (1970). Theories of mass communication (2nd ed.). New York: David Mckey.

Hunt, T., & Ruben, B. D. (1993). Mass communication: Producers and consumer. New York: Harper Collins College.

Klapper, J. T. (1960). The effects of mass communication. New York: Free Press.

McCombs, M. E., & Becker, L. B. (1979). Using mass communication theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.

Schramm, W. (1971). The process and effect of mass communication. Urbana: University of Illinois Press.

วิกิพีเดีย. (ม.ป.ป.). ซิทคอม. วันที่สืบค้น 13 มีนาคม 2560, จาก https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1