พฤติกรรมการสื่อสาร ความคาดหวังและการนำเสนอตัวตน ของเยาวชนเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนต่างเพศ บนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก

Main Article Content

ทัศนีย์ ดำเกิงศักดิ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยมีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสื่อสารของเยาวชนบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก 2. เพื่อศึกษาความคาดหวังของเยาวชนบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก 3.เพื่อศึกษาการนำเสนอตัวตนต่อสังคมเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนต่างเพศของเยาวชนบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก และ 4. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการสื่อสาร ความคาดหวังและการนำเสนอตัวตนของเยาวชนในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก จำนวนทั้งสิ้น 425 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลคือแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ซึ่งประมวลผลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมการสื่อสาร ความคาดหวังและการนำเสนอตัวตนของเยาวชน บนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก โดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการสื่อสารและใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และยังเป็นช่องทางให้เกิดการสื่อสารสมัยใหม่ การนำเสนอตัวตนผ่านสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กจึงเป็นช่องทางหนึ่งของเยาวชนในยุคปัจจุบัน โดยอาศัย เทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้พฤติกรรมของเยาวชนในสังคมไทยเปลี่ยนไปตามความเจริญของเทคโนโลยี เยาวชนชายหญิงสามารถสร้างความสัมพันธ์กันได้อย่างอิสระมากขึ้น และมีรูปแบบการสื่อสารโดยใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ ทำให้เกิดการสื่อสารที่รวดเร็วขึ้น สามารถแสดงออกถึงความชื่นชอบกับสิ่งต่างๆรอบตัวได้อย่างเปิดเผย เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่จะให้ความสนใจหรือใช้ชีวิตที่สัมผัสกับโลกไซเบอร์กันอย่างกว้างขวาง แสดงให้เห็นว่าเยาวชนชายหญิงสามารถในการเป็นผู้นำทางความคิด ซึ่งแตกต่างจากสังคมไทยสมัยก่อน ดังนั้นโลกของสังคมออนไลน์หรือไซเบอร์นั้นจึงเป็นพื้นที่สำหรับเยาวชนที่จะตอบสนองความคาดหวังของตนเองได้ดีกว่าโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งหนึ่งคนเป็นเพียงหนึ่งอัตลักษณ์ (One Body, One Identity)แต่ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ คนหนึ่งคนสามารถมีหลายตัวตนในเวลาเดียวกัน(One Body,Multiple Identity)โดยไม่มีข้อจำกัดและตัวตนในสังคมนี้เยาวชนสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆตามความต้องการ ความคาดหวังจากการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เยาวชนจะแสดงออกตามความต้องการและ อารมณ์ โดยใช้ระบบสัญญะหรือรูปภาพต่างๆ เช่นการกดไลค์(Like) ทดแทนการแสดงออกด้วยคำพูดของเพื่อนสมาชิกในเฟซบุ๊ก เพื่อให้เพื่อนสมาชิกคนอื่นๆในเฟซบุ๊ก สามารถรับรู้สัมผัสตัวตนที่แสดงออกมาในรูปแบบต่างๆได้มากที่สุด และเข้าใจว่าตรงกับตัวตนที่แท้จริงในโลกแห่งความเป็นจริง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ดำเกิงศักดิ์ ท. (2017). พฤติกรรมการสื่อสาร ความคาดหวังและการนำเสนอตัวตน ของเยาวชนเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนต่างเพศ บนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก. วารสารนิเทศสยามปริทัศน์, 16(20), 48–56. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/172645
ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย
กิตติ กันภัย. (2543). การสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ในสังคมสารสนเทศ มองสื่อใหม่ มองสังคมใหม่. กรุงเทพฯ: เอดิสัน เพรส โพรดักส์
ขวัญเรือน กิติวัฒน์, (2531). สื่อมวลชนกับการสร้างความเป็นจริงทางสังคม, วารสารนิเทศศาสตร์.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชูศรี งามประเสริฐ . (2541). การแอบมองและจ้องดูที่ปรากฏในภาพยนตร์. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).
ดารินทร์ สวัสดิ์เสวี (2545) . การแปลงตัวตนในห้องสนทนาบนอินเทอร์เน็ต. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).
นันดา วีรวิทยานุกูล. (2544) . “สตรีกับอัตลักษณ์ .” สตรีศึกษา: ผู้หญิงกับประเด็นต่าง ๆ . กรุงเทพมหานคร: สำนักงานการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ,
ปรมะ สตะเวทิน. (2540) . หลักนิเทศศาสสตร์ กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัดภาพพิมพ์.
พิสิษฎ์ นาสี (2554) .การนำเสนอตัวตนของนักศึกษาปริญญาตรี ผ่านการบริโภคสินค้าประดิษฐ์กาย. สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ภาสกร จิตใคร่ครวญ (2553) .เทคโนโลยีของสื่อใหม่และการนำสนอตัวตนต่อสังคมกับพฤติกรรมการสื่อสารบนเครือข่ายสังคมออนไลน์. สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยุบล เบ็ญจรงค์กิจ, 2534. การวิเคราะห์ผู้รับสาร, กรุงเทพมหานคร: คณะนิเทศศาสตร์. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณี ศิริรัตน์รุ่งเรื่อง (2547) .ตัวตนและการนำเสนอตัวตนของผู้หญิงในเว็บไซต์หาคู่. สาขาวิชานิเทศศาสตร์บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
วิเชียร เกตุสิงห์. (2543) . การวิจัยเชิงปฏิบัติการ. พิมพ์ครั้งที่ 4.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์และทำปกเจริญผล.
ศุจิกา ดวงมณี (2539) . การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านwwwของสื่อมวลชนไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).
ศุนิสา ทดลา (2542) .รูปแบบพฤติกรรมการสื่อสารในห้องสนทนาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต. (วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).

ศุภนาฏ บัวบางพลู. (2546) พฤติกรรมการสื่อสาร ความคาดหวัง การใช้ประโยชน์และความพึงพอใจในเทคโนโลยีสารสนเทศระบบเครือข่ายอินทราเน็ตของพนักงานในกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).

ภาษาอังกฤษ
BarztA. E. (1999) . Basic Statistical Concepts. New Jersey: Prentice –Hall.
Bloom, Benjamin S, Thomas J. and Madaus F. (1971) . Handbook on Formative and Summative Evaluation of Student Learning. New York: McGraw-Hill Book Company.
Friendster Valued At Just $26.4 Million In Sale (Online) .Available from: http://www.techcrunch.com/2009/12/15/friend-valued-at-just-26-4-million-in-sale/(2010,December)
Klapper,Joseph T. (1960) . The Effect of Mass Communication. New York: The Free Press.
Mccomb, Maxwell and Becker.Le. (1979) . Using mass Communication Theory. New York: Pren picehall.
Mcquail,Denis. (2005) . Mass Communication Therory.5th ed.London: SAGE Publications.
Palmgreen, P., Wenner, L.A., & Rayburn, J.D. (1981) . Gratification discrepancies and news program choice. Communication Research, 8, 451-478.
Rayburn, J.D., Palmgreen, P., & Acker, T. (1984) . Media gratifications and choosing a morning news program. Journalism Quarterly, 61, 149-156.
Rayburn, J.D., Palmgreen, P., & Acker, T. (1984) . Media gratifications and choosing a morning news program. Journalism Quarterly,
Roger. EM. (1976) . Communication and Development: The passing of dominant paradigm, Communication Research.
Schramm Wiblur. (1973) . Men Message and Media: A look at Mass Communication. New York: Harper and Roe Pulisher.
Shannon,Chaud E. And Weaver. The Mathermatical.Theory, of Communication Virbra