การศึกษาพฤติกรรมความเชื่อมั่นในตนเองของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

Main Article Content

กุลกนิษฐ์ ทองเงา
สมใจ สืบเสาะ

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมความเชื่อมั่นในตนเองของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่ลงทะเบียนเรียนใน ปีการศึกษา 2561 กำหนดขนาดตัวอย่างที่มีความเชื่อมั่น 95% และใช้แนวคิดการกำหนดตัวอย่างของ Taro Yamane จำนวน 400 คน โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสุ่มหลายขั้นตอน (Multi Stage Random Sampling) วิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จากผลการวิเคราะห์สามารถเรียงลำดับพฤติกรรมความเชื่อมั่นในตนเองของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พบว่ามีค่าเฉลี่ยระดับปานกลาง อันดับที่ 1 คือ ด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น ข้อคำถามที่ 1 ฉันสามารถยอมรับความคิดเห็นของบุคคลอื่นได้ ถ้าได้รับคำอธิบายเหตุผลที่เหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.31 ( gif.latex?\chi= 4.31, SD = 0.695) อันดับที่ 2 ด้านการแสดงความคิดเห็น ข้อคำถามที่ 2 ฉันชอบสร้างทางเลือกใหม่ในการทำงานที่หลากหลายมากกว่าการให้ความร่วมมือในการทำงานใด ๆ ที่ฉันไม่เห็นด้วย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.12 ( gif.latex?\chi = 4.12, SD = 0.649) และอันดับที่ 3 ด้านความภาคภูมิใจในตนเอง ข้อคำถามที่ 6 ฉันมักจะตั้งจุดมุ่งหมายในการทำงานไว้ค่อนข้างสูงกว่าปกติ  ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.09 ( gif.latex?\chi = 4.09, SD = 0.741) ตามลำดับ ด้านผลการวิเคราะห์ พฤติกรรมความเชื่อมั่นในตนเอง ของนักศึกษาของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ทั้ง 6 สาขา พบว่า สาขาที่มีพฤติกรรมความเชื่อมั่นในตนเองค่าเฉลี่ยสูงเป็นอันดับ 1 มี 2 สาขา คือ สาขาเทคโนโลยีการโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง และ สาขาเทคโนโลยีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทองเงา ก. ., & สืบเสาะ ส. . (2021). การศึกษาพฤติกรรมความเชื่อมั่นในตนเองของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี . วารสารนิเทศสยามปริทัศน์, 20(1), 17–29. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/250947
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย
พนิดา มารุ่งเรือง และอัญชลี ทรัพยเกษม. (2552). ความเชื่อมั่นในตนเองของบัณฑิตมหาวิทยาลัยธนบุรีก่อนเข้าสู่สถานประกอบการ. กรุงเทพฯ: สำนักวิจัยและวางแผนพัฒนา มหาวิทยาลัยธนบุรี.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
วรากรณ์ สามโกเศศ. (2552, 18 มิถุนายน). รู้จักเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy). มติชน, น. 6
สมจินตนา คุปตสุนทร. (2547) การศึกษาความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ไดรับการจัดประสบการณ์การละเล่นพื้นบ้านของไทย. ปริญญานิพนธ การศึกษามหาบัณฑิต (การศึกษาปฐมวัย), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สมใจ สืบเสาะ. (2555). การพัฒนารูปแบบการเรียนแบบสร้างสรรค์เชิงหรรษาบนเว็บเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
อินทิรา พรมพันธ์. (2550). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนบนเว็บ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบเบรนเบสด์ ในวิชาการออกแบบเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนิสิตนักศึกษาในระดับปริญญาบัณฑิต. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและการสื่อสารการศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ภาษาอังกฤษ
Argyle, M. (2001). The psychology of happiness. New York: Rout ledge.
Denise de Souza Fleith, & other. (2002). Effects of Creativity Training Program on Divergent Thinking Abilities and Self-Concept in Monolingual and Bilingual Classrooms. Creativity Research Journal, 14(3-4), 373-386.
Gasper, K. (2004). Permission to seek freely The effect of happy and sad moods on generating old and new ideas. Creativity Research Journal, 16(2-3), 215-229.
Mayes, T. (2002). Learning technology and learning relationships. In Stephenson, J. (Ed.), Teaching and learning online: Pedagogies for new technologies (pp. 16-22). London: Kogan.