การให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
คำสำคัญ:
ความรู้ / การตระหนัก / สภาพแวดล้อมในการทำงาน / การให้ข้อมูลตามสิทธิบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จำนวน 249 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน
ผลการศึกษาพบว่าความรู้เรื่องสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลแห่งหนึ่งส่วนใหญ่มีคะแนนเฉลี่ยค่าระดับมาก (Mean = 9.13) การตระหนักต่อการให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีค่าเฉลี่ยในระดับมาก (Mean = 4.35) การให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยในภาพรวมของการศึกษาครั้งนี้ มีค่าเฉลี่ยในระดับมาก (Mean = 3.73 ) และจากการทดสอบสมมติฐานพบว่าความรู้เรื่องสิทธิผู้ป่วยไม่มีความสัมพันธ์กันกับการให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การตระหนักมีความสัมพันธ์กันในทางบวกกับการให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .616) และสภาพแวดล้อมในการทำงานมีความสัมพันธ์กันในทางบวกกับการให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .168 )
ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัยคือการจัดสิ่งแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการให้ข้อมูลตามสิทธิผู้ป่วยเและส่งเสริมการทำวิจัยในหน่วยงานของพยาบาลวิชาชีพเพิ่มขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กานดา ว่องธนากุล. (2549). ปัจจัยลักษณะสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีอิทธิพลต่อความเหนื่อยหน่ายในการทำงานของบุคลากรมหาวิทยาลัยรามคำแหง. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การวิจัยการศึกษา), มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ. (2555). กฎหมายสุขภาพและการรักษาพยาบาล. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
ทัศนา บุญทอง. (2542). ทิศทางการปฏิรูประบบการพยาบาลที่สอดคล้องกับระบบบริการสุขภาพไทยที่พึงประสงค์ในอนาคต. กรุงเทพฯ: ศิริยอดการพิมพ์.
เมธินี นิจพิทักษ์. (2550). ทัศนคติต่อการบริการ สภาพแวดล้อมในการทำงานวัฒนธรรมองค์การและความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานโรงพยาบาล เปาโล เมโมเรียล. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาวิทยาศาสตร บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
เยาวลักษณ์ กุลพานิช. (2533). สภาพแวดล้อมกับประสิทธิภาพของงาน. ข้าราชการ 35: 16-18.
วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์. (2537). สิทธิผู้ป่วย. กรุงเทพฯ: โครงการจัดพิมพ์คบไฟ.
วีระชน ขาวผ่อง. (2551). ความรู้การมีส่วนร่วมและความตระหนักต่อระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของพนักงานในองค์กรที่ได้รับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001): ศึกษากรณีบริษัทจันทบุรีซีฟ้ดส์ จำกัดและบริษัทจันทบุรีโฟรเซ่นฟู้ดส์ จำกัด. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการสิ่งแวดล้อม). สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
ศรีวรรณ มีบุญ. (2539). ความตระหนักต่อสิทธิผู้ป่วยของพยาบาลการการปฏิบัติการพยาบาล. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่, มหาวิทยาลัยมหิดล.
สารสภาการพยาบาล. (2541). คำประกาศสิทธิของผู้ป่วย 13(2): 32.
สำนักการพยาบาล. (2549). หน้าที่และความรับผิดชอบหลักและสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพนนทบุรี: กลุ่มภารกิจพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ทางการพยาบาล สำนักการพยาบาล กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักการพยาบาล กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2551). มาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาล ปรับปรุงครั้งที่ 2. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
สิวลี ศิริไล. (2544). จริยศาสตร์สำหรับพยาบาล. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
แสงจันทร์ โสภากาล. (2548). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรู้ความเข้าใจของบุคลากรเกี่ยวกับองค์การบริหารส่วนตำบล. ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.
อนุชาเทวราชสมบูรณ์. (2545). การจัดการความรู้. พิษณุโลก: ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ทางการศึกษาสำนักผู้ตรวจราชการประจำเขตตรวจราชการที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก.
Good, C. (1973). Dictionary of Education. Education. Edited by Carter V. Good. New York: McGraw-Hill book Company, Inc.
Schultz, D. and Schultz, S.E. (2001). Psychology and Work Today. New Jersey: Pearson Education Inc.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ