ข้อมูลสำหรับผู้แต่ง

รับบทความเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ด้วยการลงทะเบียน  Register ที่เว็บไซท์

ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและปฏิบัติตามข้อกำหนดรายการตรวจสอบการส่งทุกข้อดังต่อไปนี้ และบทความอาจถูกส่งคืนให้กับผู้แต่งกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด

 บทคัดย่อ ทั้งไทยและภาษาอังกฤษ จำนวน 200-250 คำ

 

ข้อมูลสำหรับผู้แต่ง

เงื่อนไขในการพิจารณาผลงาน

ผลงานวิจัยที่ส่งพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน หรือไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารอื่น

         

การพิจารณาบทความ

        บทความที่ผ่านการพิจารณาขั้นต้นจากกองบรรณาธิการวารสารวิทยาการจัดการสมัยใหม่จะถูกส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องโดยจะมีกระบวนการดังต่อไปนี้

1. กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้ส่งบทความทราบเมื่อกองบรรณาธิการได้รับบทความเรียบร้อยสมบูรณ์ และทำการตรวจสอบหัวข้อและเนื้อหาของบทความถึง รูปแบบการจัดพิมพ์ความเหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของวารสาร รวมถึงประโยชน์ในเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติ ในกรณีที่จะต้องมีการแก้ไข กองบรรณาธิการจะส่งคืนให้แก้ไขตามข้อเสนอแนะเบื้องต้น และให้ส่งกลับคืนมาภายในระยะเวลาที่กำหนด

2. เมื่อกองบรรณาธิการได้รับบทความฉบับแก้ไข จะดำเนินการส่งบทความเพื่อทำการกลั่นกรองต่อไปโดยจะส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกในสาขาที่เกี่ยวข้อง หลากหลายสถาบัน จำนวน 3 คนต่อบทความวิจัย (สำหรับกรณีบทความวิจัยวิทยานิพนธ์ หรือบทความวิชาการเพื่อจบการศึกษา จะส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ท่าน)  เพื่อตรวจสอบคุณภาพของบทความว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมที่จะลงตีพิมพ์หรือไม่ โดยในกระบวนการพิจารณากลั่นกรองนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่สามารถทราบข้อมูลของผู้ส่งบทความ (Double-blind peer review)

3. เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณากลั่นกรองบทความแล้ว กองบรรณาธิการจะตัดสินใจโดยอิงตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิว่าบทความนั้นๆ ควรนำลงตีพิมพ์ หรือควรที่จะส่งให้กับผู้ส่งบทความนำกลับไปแก้ไขก่อนพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง หรือปฏิเสธการลงตีพิมพ์

 

 คำแนะนำสำหรับผู้เขียน

 การเตรียมต้นฉบับสำหรับบทความวิจัย

1.1  บทความวิจัย  ประกอบด้วย

  1. ส่วนปก

ชื่อบทความ  (Title)  ภาษาอังกฤษและภาษาไทย  ควรกะทัดรัด  ขนาด 200-250 คำ  บทความต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ชื่อผู้เขียน  (Authors)  ชื่อตำแหน่ง – ชื่อเต็ม – นามสกุลเต็ม  ของผู้เขียนทุกคน  ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย  สำหรับผู้เขียนประสานงานให้ใส่ที่อยู่ให้ละเอียด  พร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ / โทรสาร  และ  E-mail address  ที่สามารถติดต่อได้  และให้ใส่เครื่องหมายดอกจันทร์กำกับด้วยไว้บนนามสกุล  เพื่อระบุที่อยู่ของผู้เขียน

บทคัดย่อ (Abstract)  ควรสั้น  ตรงประเด็น  ครอบคลุมสาระสำคัญของการศึกษา  ได้แก่  วัตถุประสงค์  วิธีการ  ผลการวิจารณ์  เป็นต้น  ถ้าบทความเป็นภาษาไทยจะต้องมีบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  โดยให้ภาษาอังกฤษขึ้นก่อน จำนวนไม่เกิน 250 คำ

คำสำคัญ  (Key words) เป็นการกำหนดคำสำคัญที่สามารถไปใช้เป็นคำสืบค้นในระบบฐานข้อมูล ไม่เกิน 5 คำสำคัญ

**หมายเหตุ  :  เนื้อหาส่วนปกจะต้องเขียนให้อยู่ในกระดาษจำนวน  1  หน้า  เท่านั้น

  1. ส่วนเนื้อหา

บทนำ  (Introduction)  เพื่ออธิบายถึงความสำคัญของปัญหา  และวัตถุประสงค์ของการวิจัย  รวมถึงการตรวจเอกสาร วัสดุ  อุปกรณ์  และวิธีการ  (Materials and Methods)  / วิธีดำเนินการวิจัย  (Research Methodology)  อธิบายเครื่องมือและวิธีการดำเนินการวิจัยให้ชัดเจน

ผลการวิจัย  (Results)  เสนอผลการทดลอง  วิจัย  อย่างชัดเจน  ตรงประเด็น  ควรมีรูปภาพ และ/หรือ  ตารางประกอบ  การอธิบายผลในตารางและรูปภาพต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน 

การอภิปรายผล  (Discussion)  เป็นการอภิปรายผลการวิจัย  เพื่อให้ผู้อ่านมีความเห็นคล้อยตาม  เพื่อเปรียบเทียบกับผลการวิจัยของผู้อื่น  เพื่อเสนอแนวทางที่จะใช้ประโยชน์  ผลการวิจัยและการอภิปรายผล  (Results and Discussion)  อาจนำมาเขียนตอนเดียวกันได้

สรุป  (Conclusion) และข้อเสนอแนะ (Recommendation) เป็นการสรุปประเด็น  และสาระสำคัญของการวิจัย

กิตติกรรมประกาศ  (Acknowledgements)  เพื่อแสดงความขอบคุณแก่ผู้ให้ความช่วยเหลือในการวิจัย  อาจมีหรือไม่มีก็ได้

เอกสารอ้างอิง  (References)  เป็นรายชื่อเอกสารที่ใช้เป็นหลักในการค้นคว้าวิจัยที่ได้รับการตรวจสอบเพื่อนำมาเตรียมรายงาน  และมีการอ้างอิงถึงเฉพาะเอกสารที่ปรากฏในบทความเท่านั้น  การอ้างอิงให้จัดเรียงตามลำดับตัวอักษร  ให้ใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด (หากเอกสารนั้นไม่มีภาษาอังกฤษ ให้แปลเป็นภาษาอังกฤษ)  โดยให้ยึดถือรูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิง  ดังต่อไปนี้

การอ้างเอกสารในเนื้อเรื่องของบทความ  (In-text Citations)

การอ้างอิงเอกสารในเนื้อเรื่องใช้  ระบบนามปี  (Name-year System)  หรือ APA เท่านั้น  โดยเริ่มจากชื่อผู้แต่งแล้วตามด้วยปีที่เผยแพร่เอกสารนั้น  ถ้าเป็นภาษาอังกฤษให้ใช้เพียงชื่อสกุลนำหน้า  แล้วตามด้วยปีที่เผยแพร่เอกสารถ้าเป็นเอกสารภาษาไทยให้ใช้ชื่อต้นนำหน้า  ตามด้วยนามสกุล  และปีที่เผยแพร่เอกสาร  ในกรณีที่ผู้แต่ง  2  คนให้ใส่ชื่อครบทุกคน  และถ้ามากกว่า  2  คน  ให้ใส่เฉพาะชื่อคนแรกแล้วตามด้วย  “และคณะ”  (ถ้าเป็นภาษาอังกฤษใช้  “et al.,”)

1.2  บทความวิชาการ  ประกอบด้วย

  1. ส่วนปก

มีส่วนประกอบเหมือนบทความวิจัย  และเขียนให้อยู่ในกระดาษจำนวน  1  หน้า  เท่านั้น

  1. ส่วนเนื้อหา ประกอบด้วย

บทนำ   (Introduction)  เป็นส่วนของที่มาของมูลเหตุของการเขียนบทความ

ประเด็น (Issues) ที่จะนำเสนอ เป็นการอธิบายวิธีการศึกษาหรือการดำเนินการตามประเภทของบทความวิชาการ

สรุป  (Conclusion)  สรุปประเด็น  และสาระสำคัญที่ได้จากการบรรยายหรือนำเสนอ

  1. รูปแบบการพิมพ์บทความวิจัย และบทความวิชาการ

    2.1   การตั้งค่าหน้ากระดาษ

-  ระยะขอบของขอบบน (Top Margin) ขอบล่าง (Bottom Margin) 2.54  ซม. ขอบขวา (Right Margin) 2.54  ซม. ขอบซ้าย (Left Margin) 3.17 ซม.

- รูปแบบตัวอักษร  ใช้  TH Sarabun  ตลอดทั้งบทความ  ขนาด  15

- หมายเลขหน้า  ตำแหน่ง ด้านล่าง

- จำนวนหน้า ไม่เกิน 25 หน้า

-  ชื่อวารสาร  ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ขนาดตัวอักษร  18  ตัวหนา

- ชื่อบทความ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ขนาดตัวอักษร  18  ตัวหนา

- ชื่อผู้เขียน    ภาษาไทย  ขนาดตัวอักษร  15  วางชิดซ้ายของขอบกระดาษ

ในระบบเมื่อลงทะเบียนแล้ว กรณีมีผู้เขียนหลายคน ผู้นำเข้าข้อมูลต้องกรอกผู้เขียนให้ครบรวมทั้งอีเมลของผู้แต่งทุกคน โดยใช้ช่อง add contributor

- ตัวเลขยก  (บนนามสกุล)  ขนาดตัวอักษร  14 คอธิบายของตัวเลขยก ขนาดอักษร 13

- ชื่อบทคัดย่อ  ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ขนาดตัวอักษร  15  ตัวหนา และชิดขอบ

- เนื้อหาบทคัดย่อ  ภาษาอังกฤษและไทย  ขนาดตัวอักษร  14

-  เนื้อหาบทความ ขนาดตัวอักษร  15

  1. เกณฑ์การประเมินบทความ ผู้ประเมินอย่างน้อย 2 คน แบบ double blind

กองบรรณาธิการจะพิจารณาบทความเบื้องต้น  เกี่ยวกับความถูกต้องของรูปแบบทั่วไป  ถ้าไม่ผ่านการพิจารณา  จะส่งกลับเพื่อทำการแก้ไข  ถ้าผ่านจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกและเมื่อบทความที่ได้รับการตีพิมพ์  ผู้เขียนจะได้รับหนังสือรับรองการตีพิมพ์บทความ  

 

The names and email addresses entered in this journal site will be used exclusively for the stated purposes of this journal and will not be made available for any other purpose or to any other party.