การพัฒนารูปแบบการจัดการปัญหาโฆษณาทางสื่อออนไลน์ของคลินิกเวชกรรมที่ให้บริการด้านความงาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
คำสำคัญ:
คลินิกเวชกรรมที่ให้บริการด้านความงาม, การโฆษณาทางสื่อออนไลน์, ผู้ประกอบการบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพัฒนาในรูปแบบกึ่งทดลอง ศึกษากลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดการปัญหาโฆษณาทางสื่อออนไลน์ของคลินิกเวชกรรมที่ให้บริการด้านความงาม จังหวัดฉะเชิงเทรา กลุ่มตัวอย่างคือ คลินิกเวชกรรมที่ให้บริการด้านความงามทุกแห่งที่เข้าร่วมกิจกรรมตามรูปแบบการวิจัย (32 แห่ง) ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างรูปแบบกระบวนการจัดการปัญหาโดยแบ่งเป็น 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1.การจัดประชุมเพื่อชี้แจงนโยบายในการควบคุมการโฆษณาและสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้อง รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในการหาแนวทางการจัดการปัญหา 2.การคืนข้อมูลย้อนกลับผลการประเมินโฆษณาที่ไม่ถูกต้องให้ผู้ประกอบการรับทราบและแก้ไขได้อย่างตรงประเด็น 3.การพัฒนาระบบให้คำปรึกษาเรื่องการโฆษณาทางสื่อออนไลน์ 4.การลงตรวจเยี่ยมคลินิกเพื่อค้นหาปัญหาและย้ำเตือนให้ผู้ประกอบการตระหนักในการปฏิบัติตามกฎหมาย ผลการวิจัยพบว่า ความรู้ของผู้ประกอบการก่อนและหลังการประชุมมีค่าเฉลี่ย 6.63 ± 1.24 และ 8.38 ± 1.01 ตามลำดับ ทัศนคติของผู้ประกอบการก่อนประชุมและหลังการประชุมมีค่าเฉลี่ย 3.93 ± 0.46 และ 4.20 ± 0.49 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบความรู้และทัศนคติก่อนและหลังประชุม พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) และการประเมินเนื้อหาความถูกต้องตามกฎหมายของโฆษณาทางสื่อออนไลน์ก่อนและหลังการเข้าร่วมกิจกรรมตามรูปแบบการวิจัยพบว่าผู้ประกอบการมีการโฆษณาถูกกฎหมายเฉลี่ย ร้อยละ 32.27 ± 17.05 และ 83.45 ± 25.63 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบการประเมินโฆษณาก่อนและหลังการดำเนินกิจกรรมตามรูปแบบการวิจัย พบว่าคลินิกเวชกรรมที่ให้บริการด้านความงามมีการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) ดังนั้น กิจกรรมตามรูปแบบการจัดการปัญหาโฆษณาทางสื่อออนไลน์ของคลินิกเวชกรรมที่ให้บริการด้านความงาม ควรมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และขยายผลไปใช้ในคลินิกประเภทอื่น โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามระดับความเสี่ยงต่อไป
เอกสารอ้างอิง
Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior & Human Decision Processes. 50(2), 179-202.
Boonsin, C. (2022). Prevalence of illegal online advertisements among aesthetic medical clinics in Petchabun province. Thai Journal of Pharmacy Practice, 14(2), 416-423.
Chanwaro, K. (2023). Situation of Illegal Online Advertising in Aesthetic Medical Clinic, Chachoengsao Province. Public Health Policy & Laws Journal, 9(3), 483-498.
Department of Health Service Support. (2018). Guidelines for the operation of reviewing and approving advertisement or notices relate to sanatorium. https://hss.moph.go.th/ show_topic.php?id =2631
Jangjai, D. & Lerkiatbundit, S. (2014). Effectiveness of the Interventions for Reducing Illegal Advertising of Health Products among Local Radio Stations. Thai Journal of Pharmacy Practice, 6(1), 22-40.
Kejornruk, A. (2022). Illegal Advertisings through Social Media from Aesthetic Medical Clinics in Mahasarakham Province. Thai Journal of Pharmacy Practice, 14(3), 416-423.
Kongchum, R., T Chaisumritchoke, S. & Lerkiatbundit, S. (2019). Effects of Interventions for Illegal Advertising of Food and Drugs among Local Radios. Thai Journal of Pharmacy Practice, 11(3), 586-602.
Rujirayunyong, T. (2019). Intervention for the Problems on Illegal Health Products Advertising on Radios through Participation among Community Network in Lopburi. Thai Journal of Pharmacy Practice, 11(3), 678-696.
Saksri, Y. (2018). Relationship between Knowledge, Attitude and Practice Towards Prevention of Surgical Site Infection During Intraoperative Period Among Perioperative Nurses. (Master’s thesis, Prince of Songkla University) https://kb.psu.ac.th/psukb/handle/2016/12524
Sanatorium Act, 4th ed., B.E. 2559. (20 December 2016). Royal Gazette. No.133 Part 107A pp. 41-49.
Sanatorium Act B.E. 2541. (24 March 1998). Royal Gazette. No.115 Part 15A pp. 32-47.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ