ปัญหาการจัดประเภทภาพยนตร์ตามพระราชบัญญัติ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551
คำสำคัญ:
ประเภทภาพยนตร์, พระราชบัญญัติภาพยนต์, การควบคุมภาพยนตร์บทคัดย่อ
บทความนี้ มีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการจัดประเภทภาพยนตร์ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยเฉพาะกรณีการจัดประเภทภาพยนตร์ในส่วนของการควบคุมภาพยนตร์ (Ban) การจัดเรตติ้งภาพยนตร์ (Film Ratings) และคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เพื่อต้องการที่จะศึกษาว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดประเภทภาพยนตร์ของประเทศไทย ในปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวยังคงเหมาะสมกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปจากสมัยที่มีการตรากฎหมายขึ้นหรือไม่ รวมถึงศึกษาและวิเคราะห์การจัดประเภทภาพยนตร์ของต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศออสเตรเลียและประเทศอังกฤษ ผลการศึกษาพบว่าถึงแม้จะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการควบคุมภาพยนตร์จากระบบการตรวจพิจารณาหรือระบบเซ็นเซอร์ (Censorship) มาเป็นการจัดประเภทภาพยนตร์ ซึ่งเป็นการกำหนดความเหมาะสมของอายุผู้ชมภาพยนตร์ประเภทนั้น ๆ โดยถือเป็นระบบที่มีประโยชน์ในการคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่จะได้รับชมภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเหมาะสมตามอายุของตน แต่หลังจากที่พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวได้บังคับใช้มาเป็นเวลาประมาณ 8 ปี ผู้เขียนพบว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยังคงมีอุปสรรคและปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายอยู่หลายประการทั้งทางทฤษฏีและทางปฏิบัติ โดยสรุปประเด็นปัญหาหลักๆ คือ ข้อบกพร่องในตัวบทกฎหมายเกี่ยวกับการจัดประเภทภาพยนตร์และปัญหาที่คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์ อาทิ ปัญหาการกำหนดประเภทภาพยนตร์ในบทบัญญัติมาตรา 26 ปัญหาการให้อานาจทับซ้อนกันระหว่างมาตรา 26(7) กับมาตรา 29 ปัญหาการจัดเรตติ้งตัวอย่างภาพยนตร์ รวมไปถึงปัญหาสัดส่วนและการใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เป็นต้น จากสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะในการปรับปรุงหรือแก้ไขมาตรการทางกฎหมายในส่วนต่าง ๆ ให้มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดประเภทภาพยนตร์ โดยผู้เขียนขอเสนอแนะว่าควรมีการแก้ไขมาตรา 16 และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 และกาหนดให้มีการบัญญัติข้อความเพิ่มเติมเป็นส่วนหนึ่งของข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงกาหนดลักษณะของประเภทภาพยนตร์ พ.ศ. 2552 เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายการจัดประเภทภาพยนตร์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Media Laws). (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน.
2.สัณห์ชัย โชติรสเศรณี. (พฤศจิกายน 2550). “ภาพยนตร์ไทยพร้อมหรือยังที่จะไม่ต้องมีเซ็นเซอร์”.
วารสาร หนัง:ไทย, 14(1): 18.
3.หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน). (2557). คู่มือโรงหนังโรงเรียน. กรุงเทพมหานคร: กระทรวง
วัฒนธรรม.
4.อิทธิพล ปรีติประสงค์. (2550). รายงานวิจัยและพัฒนาการจัดระดับความเหมาะสมของ
ภาพยนตร์. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงวัฒนธรรม.
5.อิทธิพล วรานุศุภากุล. (2556). คู่มือการสอนวิชากฎหมายสื่อสารมวลชนและจริยธรรม
สื่อมวลชน. กรุงเทพมหานคร: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์.
6.Micheal Mayer. (1978). The Film Industries: Practical Business/Legal Problems in
Production, Distribution, and Exhibition. New York: Hasting House.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว