การเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัทไทยนิตโชอิ จำกัด เชิงพุทธบูรณาการ
Main Article Content
บทคัดย่อ
ดุษฎีนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ (1) เพื่อศึกษาแนวคิด และหลักการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัทต้นแบบในสังคมไทย (2) เพื่อศึกษาหลักพุทธธรรมที่ใช้เสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัทไทยนิตโชอิจำกัด (3) เพื่อนำเสนอรูปแบบการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัทไทยนิตโชอิจำกัด เชิงพุทธบูรณาการ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาทั้งเอกสารและการสัมภาษณ์ เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 18 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา นำเสนอข้อมูลเชิงพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า แนวคิดและทฤษฎีการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัทต้นแบบในสังคมไทย คือ การเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเริ่มจากการบริหารจัดการ การประสานงาน และร่วมกิจกรรมต่างๆ ในการทำงานของบุคลากรเข้าด้วยกัน และใช้หลักทฤษฎี 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยจูงใจ และปัจจัยค้ำจูน ซึ่ง 2 ปัจจัยนี้ มีความเชื่อมโยงกันทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ซึ่งเป็นการจูงใจในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ และสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นสุข หรือองค์กรแห่งความสุข เช่น ไม่มีความกดดันมากหรือความความเครียด บรรยากาศดี สภาพแวดล้อม และการสร้างแรงจูงใจในองค์กรในเรื่องของความรู้หรือเทคนิคสมัยใหม่ และจ่ายค่าตอบแทนหรือสวัสดิการต่างๆ ที่เหมาะสม การสร้างแรงจูงใจให้อยู่ในรูปแบบความคิดของการมีส่วนร่วม ส่วนปัญหาและอุปสรรคในการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน คือ ปัญหาด้านบุคลากรค่าตอบแทน สภาวะเศรษฐกิจต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น หลักพุทธธรรมซึ่งผู้วิจัยนำมาเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน คือ อิทธิบาท 4 พรหมวิหาร 4 สังคหวัตถุ 4 รูปแบบการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัทไทยนิตโชอิ จำกัด เชิงพุทธบูรณาการ คือ โมเดล “BMW” ซึ่งประกอบ หลักการเสริมสร้างแรงจูงใจ 4 ด้านคือ (1) ด้านหลักธรรมมะของพระพุทธเจ้า (Buddha dhamma) (2) ด้านการบริหารจัดการของฝ่ายบริหาร (Management) (3)ด้านการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัท (Worker of company) ซึ่งส่งเสริมด้วยปัจจัยภายในและภายนอก ที่ส่งผลต่อการทำงานของบุคลากรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งนี้ยังส่งผลต่อเป้าหมายของการใช้ต้นทุนอย่างคุ้มค่า ทั้งบุคลากร เงินทุน วัสดุอุปกรณ์ และการบริหารจัดการที่มีคุณภาพโมเดล “BMW” นี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานให้เกิดความศรัทธาเชื่อมั่นในการดำเนินงานขององค์กรเกิดความประทับใจ และปฏิบัติงานอยู่กับองค์กรได้แบบมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เรื่องลิขสิทธิ์/เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง :
หนังสือ :
ณัฏฐพันธ์ เขจรนันท์. (2545). การจัดการทรัพยากรมนุษย์. กรุงเทพมหานคร: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ธนิกานต์ มาฆะศิรานนท์. (2545). เทคนิคการจูงใจพนักงาน. กรุงเทพมหานคร: เอ็กซ์เปอร์เน็ทบุ๊คส์.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ.ปยุตฺโต). (2556). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 25. กรุงเทพมหานคร: ผลิธัมม์.
พุทธทาสภิกขุ. (2537). การงานที่เป็นสุข. กรุงเทพมหานคร: ธรรมสภา.
วารสาร :
กาญจนา เทพแก้ว และคณะ. (มกราคม-ธันวาคม 2560). การพัฒนาเพื่อการจัดการทุนมนุษย์. วารสารนวัตกรรมและการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. 2(2); 9.
Reference :
Book :
Nattaphan Khejoranan. (2002). Human Resource Management. Bangkok: SE-ED Education.
Thanikan Makhasiranon. (2002). Techniques for Motivating Employees. Bangkok: Expernet Books.
Phra Brahmakhunaporn (P. A. Payutto). (2013). Buddhist Dictionary: A Compilation of Dhamma Teachings. 25th edition. Bangkok: Phlitham.
Buddhadasa Bhikkhu. (1994). Work that brings happiness. Bangkok: Thammasapha.
Journal :
Kanchana Thepkaew et al. (January-December 2017). Development for Human Capital Management. Suan Sunandha Rajabhat University Innovation and Management Journal. 2(2); 9.