การพัฒนาชุดการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การแยกสาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

Main Article Content

ศศิกัญญา ดอนดีไพร
นวลศรี ชำนาญกิจ

Abstract

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80 2) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดการสอนวิชาวิทยาศาสตร์  และ 4) ศึกษาเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดการสอน      

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) ชุดการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การแยกสาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพ 80/80 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การแยกสาร เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ  มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.38 – 0.79 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.25-0.83  และมีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.94 ทดสอบสมมติฐานโดยใช้การทดสอบแบบที  กรณีกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระต่อกัน  3) แบบวัดเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ  มีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.82 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดหนองปลาไหล  ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 จำนวน 31 คน

ผลการวิจัยพบว่า

1. ชุดการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 84.65/82.80 สูงกว่าเกณฑ์ 80 / 80

2. ชุดการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นมีค่าดัชนีประสิทธิผล 0.74

3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดการสอนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดการสอนวิชาวิทยาศาสตร์มีเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับดี

 

Abstract

The purposes of this study were 1) to develop the instructional package in science to be as effective as the 80/80 criterion, 2) to study the valued effectiveness index of the instructional package in science, 3) to compare the achievement in science of Matthayomsuksa 2 students before and after being taught by using the instructional package, and 4) to study the attitudes towards science of Matthayomsuksa 2 students subject taught by the instructional package in science.

The research tools comprised 1) the Instructional Package in Science on Substance Separation for Matthayomsuksa 2 Students with efficiency criterion of 80/80, and 2) the Science Achievement Test on Substance Separation with 4 choices and 30 items, the degree of difficulty between .38 – .79, the discrimination power between .25-.83 and the reliability index of .94. The research hypothesis were tested by using t-test for dependent samples, and 3) the science attitudes test with rating  scale, the reliability coefficient of .82.

The samples in this research were 31 Matthayomsuksa 2 students of Wat Nong Pha Lai School studying in the first semester of the 2011 academic year.

The research findings were as follows:

1. The developed instructional package had 84.65/82.80 efficiency which was higher than the 80 / 80 criterion.

2. The developed instructional package in science had the valued effectiveness index of .74.

3. The achievement in science of Matthayomsuksa 2 students taught by using the Instructional Package in Science after being taught was higher than that before learning with the statistical significance at the .05 level.

4. The attitudes of the Matthayomsuksa 2 students towards science subject taught by the Instructional Package in Science for each scale were at the good level.

Article Details

Section
Dissertations