การจัดกลุ่มพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์สำหรับการออกแบบและพัฒนาสินค้าของผู้ประกอบการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) จังหวัดสมุทรสงคราม Classification of Creative Behaviors for Product Design and Development Of One Tambon, One Product (OTOP) Entrepreneurs in Samutsongkhram Province
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดกลุ่มพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์สำหรับการออกแบบและพัฒนาสินค้า โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) จังหวัดสมุทรสงคราม ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือการวิจัย จำนวน 251 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ความถี่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์กลุ่ม (Cluster Analysis) ใช้เทคนิคการวิเคราะห์กลุ่มแบบไม่เป็นขั้นตอน (Nonhierarchical Cluster) ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยนี้ประกอบด้วย 4 ตัวแปร ได้แก่ พฤติกรรมการแก้ไขปัญหา พฤติกรรมพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดและรับความคิดเห็นใหม่ พฤติกรรมกล้าคิดกล้าแสดงออก และพฤติกรรมชอบคิดหาคำตอบ
ผลการวิจัยพบว่าพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์สำหรับการออกแบบและพัฒนาสินค้าของผู้ประกอบการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) จังหวัดสมุทรสงคราม จัดกลุ่มได้เป็น 3 กลุ่ม มีลักษณะดังนี้ กลุ่มที่ 1 มีจำนวนสมาชิกจำนวน 145 คน คิดเป็นร้อยละ 57.7 เป็นกลุ่มที่มีความโดดเด่นด้านชอบคิดหาคำตอบ แสวงหาการทดลอง ต้องการค้นพบคำตอบด้วยตนเองและสามารถแก้ไขปัญหา นำความคิดมาปรับปรุงให้ดีขึ้น กลุ่มที่ 2 มีจำนวนสมาชิกจำนวน 90 คน คิดเป็นร้อยละ 35.86 เป็นกลุ่มที่มีความโดดเด่นด้านกล้าคิด กล้าแสดงออกชอบแสดงความคิดเห็นใหม่อยู่เสมอ และสามารถแก้ไขปัญหา นำความคิดมาปรับปรุงให้ดีขึ้น กลุ่มที่ 3 มีจำนวนสมาชิกจำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 6.37 เป็นกลุ่มที่ไม่มีความโดดเด่นด้านสามารถแก้ไขปัญหา นำความคิดมาปรับปรุงให้ดีขึ้น และด้านกล้าคิด กล้าแสดงออก ชอบแสดงความคิดเห็นใหม่อยู่เสมอ ทั้งนี้สามารถนำประโยชน์ของวิจัย รวมทั้งข้อเสนอแนะสำหรับงานวิจัยในอนาคตไปเป็นแนวทางในการพัฒนาตัวผู้ประกอบการ ในด้านความคิดสร้างสรรค์ต่อไป
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมการพัฒนาชุมชน. (2562) .หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์. (5 มกราคม 2563) สืบค้นจากhttp://cep.cdd.go.th/services/otop2563
สมศักดิ์ ภู่วิภาดาวรรธน์. (2544). เทคนิคการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
ปราณี สุรสิทธิ์. (2549). การเขียนสร้างสรรค์เชิงวารสารศาสตร์ . กรุงเทพฯ: แสงดาว.
พูนเพิ่ม เสรีวิชยสวัสดิ์. (2561). Poonperm Serivichayaswad ภาควิชาบริหารธุรกิจ วิทยาลัยดุสิตธานี (Faculty of Hospitality Industry, Dusit Thani College) พฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์ของบุคลากรที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย (Creative behavior of staff which is critical to Thailand’s MICE industry). 233-259.
ทรงศักดิ์ ภูสีอ่อน. (2561). การประยุกต์ใช้ SPSS วิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 8). มหาสารคาม: ตักสิลาการพิมพ์.
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2548). สถิติสำหรับงานวิจัย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุคนธ์ทิพย์ มงคลเจริญ. (2555). อิทธิพลของรูปแบบความคิดสร้างสรรค์ การรับรู้ความสามารถของตนเอง และ ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการสร้างนวัตกรรมของพนักงานในงานธุรกิจสื่อไดเร็ค ทอรี่แห่งหนึ่ง. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ). มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรุงเทพฯ.
ภุมรินทร์ ทวิชศรี. (2552). แรงจูงใจที่มีผลต่อการปฎิบัติงาน กรณีศึกษา บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด โรงงานจังหวัดปทุมธานี. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี.
เฉลิมชัย กิตติศักดิ์นาวิน. (2554). ความสัมพันธ์ระหว่างความคิด สร้างสรรค์ของบุคคล เชาวน์อารมณ์ (EQ และเชาวน์ ทางจิต (SQ). หาดใหญ่วิชาการ, 9(1), 75-82.
สุดารัตน์ เหลาฉลาด. (2547). ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจภายใน ภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลงของหัวหน้าหอผู้ป่วย สภาพแวดล้อมในงาน กับพฤติกรรมสร้างสรรค์ของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ของรัฐ. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต (สาขาวิชาบริหารการพยาบาล). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
นัฐกานต์ ฐิติจำเริญพรและกัลยกิตติ์ กีรติอังกูร.(2561). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงานองค์การธุรกิจของ บริษัทโตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด. Veridian E-journal, 11(2), 651-669.
Woodman, R.W., Sawyer, J.E., &Giffin, R.W.(1993). Toward a theory of organizational creativity. Academy of Management Review 18, 2: 293-321.
Guilford, J. P. (1967). The Nature of Human Intelligence. New York: McGraw – Hill.
________. (1988). Some Changes in the Structure – of – Intellect Model.Educational and Psychological Measurement. 48: 1 – 4.
Torrance, E.P. (1962). Guiding Creative talent. New Delhi: Prentice Hall.
Guilford, J.P. (1967). The Nature of Human Intelligence. New York: McGraw-Hill Book Co.
Kirton, M.J. (1994). Adaptors and innovators: styles of creativity and problem solving. Routledge, London.Yamane. (1967).
Likert, Rensis. (1961). New patterns of management. New York: McGraw-Hill Book Company, Nunnally, J.C. (1978). Psychometric theory. New York: McGraw-Hill.
Jaussi, K. S. & Dionne, S. D. (2003). Leading for creativity: The role of unconventional behavior. Journal of Leadership Quarterly, 14, 475-498.
Kanter, Rosabeth Moss. (1983). The change masters. New York: Simon and Schuster.
________. (1988). Three tiers for innovation research. Communication Research 15, 5: 509-523.