ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมการอ่านแบบเน้นภาระงานร่วมกับการใช้นิทานภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Main Article Content

ทวินันท์ จินตพิทักษ์กุล
สุนีตา โฆษิตชัยวัฒน์
มัณฑนา พันธุ์ดี
สุทธิญา คงใหญ่

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมการอ่านแบบเน้นภาระงานร่วมกับการใช้นิทานภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมการอ่านแบบเน้นภาระงานร่วมกับการใช้นิทานภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง แผนการวิจัยแบบ One Group Pretest-Posttest Design โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานร่วมกับการใช้นิทานภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ จำนวน 3 แผน 2) แบบทดสอบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนและหลังเรียน และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนโดยใช้กิจกรรมการอ่านแบบเน้นภาระงานร่วมกับการใช้นิทานภาษาอังกฤษ นำไปวิเคราะห์ทางสถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า t โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนโรงเรียนบ้านเขาคันทรง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 25 คน ที่ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม


ผลการวิจัย พบว่า 1) ความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนหลังเรียนด้วยกิจกรรมการอ่านแบบเน้นภาระงานร่วมกับการใช้นิทานภาษาอังกฤษสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นผลมาจากนักเรียนได้เรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานที่มีขั้นตอนที่ชัดเจน เรียงลำดับจากง่ายไปยาก และให้นักเรียนสามารถคิดตามได้อย่างเป็นขั้นตอน อีกทั้งการใช้นิทานร่วมกับกิจกรรมการอ่านแบบเน้นภาระงานที่เหมาะสมกับผู้เรียนระดับประถมศึกษา รวมถึงการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมการอ่านแบบเน้นภาระงานร่วมกับการใช้นิทานภาษาอังกฤษ เป็นการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการอ่าน โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนอ่านเป็น ซึ่งผู้วิจัยให้ความสำคัญต่อการอ่านเพื่อความเข้าใจทั้ง 6 ทักษะ ได้แก่ 1) การอ่านเพื่อหาใจความสำคัญ 2) การอ่านเพื่อหารายละเอียด 3) การอ่านเพื่อคาดเดาความหมายของคำศัพท์จากบริบท 4) การอ่านเพื่อลำดับเหตุการณ์ 5) การอ่านเพื่อหาข้อสรุป และ 6) การอ่านเพื่อระบุคติหรือข้อคิดจากเรื่อง ช่วยส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 2) เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมการอ่านแบบเน้นภาระงาน ร่วมกับการใช้นิทานภาษาอังกฤษอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งเป็นผลมาจากกิจกรรมการอ่านแบบเน้นภาระงานร่วมกับการใช้นิทานภาษาอังกฤษ เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนในการส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและเพิ่มพูนความรู้ด้านการอ่าน โดยวิธีการประเมินความสามารถในการอ่านทั้งเป็นแบบทดสอบและแบบฝึก รวมถึงการประเมินในลักษณะอื่นๆ ที่หลากหลายในระหว่างทำการทดลอง เหมาะสมกับผู้เรียนในวัยประถมศึกษา อีกทั้งภาระงานในทุกขั้นตอนที่ผู้วิจัยกำหนดให้นักเรียนปฏิบัติสอดคล้องกับเรื่องที่อ่าน และเหมาะสมกับความสามารถทางการอ่านเพื่อความเข้าใจของผู้เรียน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จินตพิทักษ์กุล ท., โฆษิตชัยวัฒน์ ส. ., พันธุ์ดี ม. ., & คงใหญ่ ส. (2025). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมการอ่านแบบเน้นภาระงานร่วมกับการใช้นิทานภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ , 11(3), 1050–1063. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Palisueksabuddhaghosa/article/view/281701
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2533). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2557). นโยบายการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักการต่างประเทศและประชาสัมพันธ์ กระทรวงศึกษาธิการ.

ระพีพรรณ พัฒนาเวช. (2553). คู่มือคัดเลือกหนังสือสำหรับเด็กแต่ละวัย. สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2568, จาก https://tkp.d.orisma.com/eng/papers_detail/28/

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550). แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สุภัทรา อักษรานุเคราะห์. (2530). การสอนการอ่าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Anderson, R. C., & Pearson, P. D. (1984). A schema-theoretic view of basic processes in reading comprehension. in P. D. Pearson, Handbook of reading research. Longman.

Beaty, J. J. (1994). Observing development of the young child (4th ed.). Macmillan Publishing Company.

Best, R., & Kahn, P. (1986). Individual differences in foreign language learning. In M. Bond.

Bygate, M. (2001). Effects of task repetition on the structure and control of oral language. In M.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes (M. Cole, V. John-Steiner, S. Scribner, & E. Souberman, Eds.). Harvard University Press.

Willis, J. (1996). A framework for task-based learning. Longman.