แนวทางการส่งเสริมการปฏิบัติงานเชิงพุทธ ของบุคลากรบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานบุคลากรบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2) เพื่อศึกษาหลักพุทธธรรมในการปฏิบัติงานบุคลากรบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 3) เพื่อเสนอแนวทางการส่งเสริมการปฏิบัติงานเชิงพุทธของบุคลากรบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยผู้วิจัยได้ทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลในด้านเนื้อหาเอกสารและสัมภาษณ์ กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญเชิงลึก กลุ่มประชากรเฉพาะเจาะจง จำนวน 15 รูป/คน คือ ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา และ ผู้ที่มาติดต่อประสานงาน ส่วนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสัมภาษณ์เชิงลึก และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เรียบเรียงเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัญหาการปฏิบัติงานของบุคลากรบัณฑิตวิทยาลัยมีลักษณะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างแบบองค์รวม ซึ่งเกิดจากปัจจัยหลายด้านที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ ปัจจัยภายใน ด้านจำนวนบุคลากรที่มีจำนวนจำกัด ภาระงานที่ล้นมือ และประสานงานแบบเร่งด่วน ขาดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ปัจจัยภายนอก ด้านนโยบายที่ไม่ชัดเจน เทคโนโลยีไม่เอื้ออำนวย ขาดงบประมาณสนับสนุน ปัจจัยระดับองค์กร รวมถึงปัจจัยระดับบุคคลที่การขาดทักษะการคิดเชิงระบบ ความสับสนในบทบาทหน้าที่ และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานที่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน และคุณภาพงาน
หลักพุทธธรรมที่นำมาประยุกต์ใช้คือหลักอิทธิบาท 4 และพรหมวิหาร 4 ที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับทั้งประสิทธิภาพของงานและคุณภาพความสัมพันธ์ในองค์กร โดยหลักอิทธิบาท 4 ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ช่วยเสริมสร้างแรงจูงใจภายใน ความเพียรพยายาม ความเอาใจใส่ และการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และหลักพรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้ออาทร เกื้อกูล และเป็นธรรม ส่งเสริมความสามัคคีและวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง
ส่วนแนวทางการส่งเสริมการปฏิบัติงานเชิงพุทธโดยใช้หลักอิทธิบาท 4 และหลักพรหมวิหาร 4 เป็นกรอบในการพัฒนาความสัมพันธ์ในองค์กร ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการปฏิบัติงาน 9 ด้าน ดังนี้ 1) ความคิดสร้างสรรค์ 2) การคิดเชิงวิเคราะห์ 3) การทำงานร่วมกัน 4) การสื่อสาร 5) การรู้ข้อมูลสารสนเทศ 6) ความสามารถในการปรับตัว 7) ความเป็นผู้นำ 8) ทักษะทางสังคม และ 9) ผลลัพธ์ จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งจะช่วยให้บุคลากรสามารถเชื่อมโยงหลักธรรมเข้ากับการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
แผนพัฒนาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2565 – 2569.
ชนะเอก เชี้ยวบางยาง และคณะ, ปัจจัยการทํางานที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของผู้บริหาร ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, ปีที่ 5 ฉบับที่ 4 กรกฎาคม -สิงหาคม 2566 หน้า 840.
ประวัติบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, สืบค้น 1 สิงหาคม 2568 จาก https://www.mcu.ac.th/pages/graduateschool-page.
พระครูปลัดวิฐชญฐานนท์ อคฺคปญฺโญ (รักษาชาติ), “การพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรสำนักงานเทศบาลเมืองดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามแนวพระพุทธศาสนา”, วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม 2564) หน้า 461-462.
พระมหาสุรชัย ชยาภิวฑฺฒโน, “การบริหารงานบุคคลตามแนวพุทธปรัชญา: กรณีศึกษาพระอัครสาวก”, วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-มีนาคม ๒๕๖๒) หน้า ๗๐-๗๑.
วิชญาภา เมธีวรฉัตร, “พุทธวิธีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลิง จังหวัดนครสวรรค์”, บัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์, ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-เมษายน ๒๕๖๓) หน้า ๔๔๖-๔๔๗.
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา, แนวทางการบริหารงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา, (กรุงเทพมหานคร: สกอ., 2563), หน้า 78.