ฺพฤติกรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ พฤติกรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในสถานศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ประยุกต์ใช้ในการจัดกเรียนการสอนของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 2) เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการประยุกต์ใช้ในการจัดกเรียนการสอนของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู จำแนกตามเพศ สาขาวิชา ขนาดโรงเรียนฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สังกัดของโรงเรียนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู เป็นการการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2568 จำนวน 755 คน ขนาดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 270 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) โดยจำแนกตามสาขาวิชา เพศ ขนาดของโรงเรียนฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และสังกัดของโรงเรียนฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตามสัดส่วนของประชากร จากนั้นจึงทำการสุ่มอย่างง่าย(Random sampling) โดยใช้ตารางเลขสุ่มเพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างตามจำนวนที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสอบถามพฤติกรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ (f) ร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (𝑥̄) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบค่าที(t-test) และการทดสอบความแปรปรวนทางเดียว(One-Way ANOVA)
ผลการวิจัย พบว่า 1) พฤติกรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ประยุกต์ใช้ในการจัดกเรียนการสอนของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูอยู่ในระดับมาก (𝑥̄=3.48, S.D.= 0.83) 2) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูที่มีสาขาวิชาต่างกัน มีพฤติกรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการประยุกต์ใช้ในการจัดกเรียนการสอนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนนักศึกษาที่มีจำแนกตามเพศ ขนาดโรงเรียนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และสังกัดของโรงเรียนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู แตกต่างกัน มีพฤติกรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการประยุกต์ใช้ในการจัดกเรียนการสอนไม่แตกต่างกัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ทิพาจินต์ ไทยพิสุทธิกุล. (2568). บทบาทของ AI กับการศึกษาไทยในปัจจุบัน. สืบค้นเมื่อ 15 กันยายน
, จาก Mahidol University Learning AI
สาขาวิชาพระพุทธศาสนา.(2568).รายงานผลการนิเทศนักศึกษาสาขาวิชาพระพุทธศาสนา
ปีการศึกษา 2567. อุดรธานี : สาขาวิชาพระพุทธศาสนา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. (2565). แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์
แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565–2570). เอไอไทยแลนด์.
http://www.ai.in.th/about-ai-thailand/
อัมพร วรานนท์วนิช, นัฎฤดี ปั้นกิจวานิชเจริญ, วิภาวี วันละ และกิตติธเนศ วิวรรธน์โชติ.(2566).
การศึกษาปัญหาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูกรณีศึกษาปัญหา การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูของนักศึกษาวิชาชีพครู สาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.วารสารสังคมศาสตร์วิจัย ปีที่ 14 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2566).หน้า 93-104
Bandura, A.(1986).Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice-Hall.
Davis, F. D. (1989). Perceived usefulness, perceived ease of use, and user acceptance of information
technology. MIS Quarterly, 13(3), 319–340.
Dick, W., & Carey, L. (2015). The Systematic Design of Instruction. Pearson.
Ditrod, N., Nuchkong, V., & Masantiah, C. (2024). Awareness of the use of artificial intelligence in
learning for undergraduate students, Faculty of Education, Ramkhamhaeng University. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 4(6), 43–58.
European Commission. (2022). DigComp 2.2: The digital competence framework for citizens.
Publications Office of the European Union.
Holmes, W., Bialik, M., & Fadel, C. (2022). Artificial intelligence in education: Promises and
implications for teaching and learning. Center for Curriculum Redesign.
Luckin, R., et al. (2016). Intelligence unleashed: An argument for AI in education. Pearson.
Maslej, N., Fattorini, L., Perrault, R., Gil, Y., Parli, V., Kariuki, N., Capstick, E., Reuel, A.,
Brynjolfsson, E., Etchemendy, J., Ligett, K., Lyons, T., Manyika, J., Niebles, J. C., Shoham,
Y., Wald, R., Walsh, T., Hamrah, A., Santarlasci, L., Lotufo, J. B., Rome, A., Shi, A., &
Oak, S. (2025, April). The AI Index 2025 Annual Report. AI Index Steering
Commmittee, Institute for Human-Centered AI, Stanford University, Stanford, CA.
Mishra, P., & Koehler, M. J. (2006). Technological pedagogical content knowledge. Teachers College
Record, 108(6), 1017–1054.
Meeplat, N., Suebsom, K., Nillawong, N., & Armiroh, A. (2024). The development of learning processes
using artificial intelligence systems to promote higher-order thinking skills. Journal of MCU
Nakhondhat
Panitpichetvong, P., Phattanurakkul, C., Thatreenaranont, N., & Limyotin, A. (2024). Using generative
artificial intelligence for teaching and learning in higher education. Academic Journal
Bangkokthonburi University.
Partnership for 21st Century Skills. (2019). Framework for 21st century learning. P21.
Russell, S., & Norvig, P. (2021). Artificial intelligence: A modern approach(4th ed.).
Pearson Education.
van Dijk, J. (2020). The Digital Divide. Polity Press.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes.
Harvard University Press.
Zawacki-Richter, O., et al. (2019). Systematic review of AI in higher education. International Journal
of Educational Technology in Higher Education, 16(39).