การศึกษาเพลงรำโทนของชาวไทยทรงดำ หมู่บ้านตลาดควาย อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี
คำสำคัญ:
ไทยทรงดำ, บ้านตลาดควาย, เพลงรำโทน, องค์ประกอบทางดนตรีบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญามหาบัณฑิตเรื่อง “โครงสร้างและองค์ประกอบทางดนตรีเพลงรำโทนในวัฒนธรรมของชาวไทยทรงดำ อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโครงสร้างและองค์ประกอบทางดนตรีของเพลงรำโทน ผู้วิจัยกำหนดพื้นที่ศึกษาเป็นพื้นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวไทยทรงดำ หมู่ 5 หมู่บ้านตลาดควาย อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลและเรียบเรียงด้วยวิธีพรรณนาวิเคราะห์ ผู้วิจัยได้กำหนดกลุ่มผู้เข้าร่วมการวิจัยแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสังเกตแบบมีส่วนร่วม และแบบสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีพรรณนาวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย โดยนำข้อมูลมาแยกแยะประเด็นการศึกษา ใช้ทฤษฎีดนตรีสากลในการวิเคราะห์โครงสร้างและองค์ประกอบทางดนตรีด้านต่าง ๆ
ผลการวิจัยพบว่า โครงสร้างของเพลงรำโทนมีลักษณะเป็นเพลงท่อนเดียวเป็นส่วนมาก มีวลีทั้งหมดประมาณ 4 – 6 วลี ส่วนเพลงรำโทนที่มีหลายท่อน สามารถแบ่งท่อนเพลงออกมาได้ทั้งหมด 4 ท่อน มีวลีทั้งหมดประมาณ 6 – 9 วลี ในส่วนขององค์ประกอบทางดนตรีด้านรูปแบบนั้น ส่วนใหญ่เป็นเพลงรูปแบบท่อนเดียว ส่วนเพลงที่เป็นเพลงรูปแบบหลายท่อน คือ 4 ท่อน ในส่วนขององค์ประกอบทางดนตรีด้านทำนองนั้นใช้บันไดเสียงแตกต่างกันในแต่ละเพลง ช่วงเสียงของเพลงอยู่ประมาณ C#4 – G#5 ส่วนมากเคลื่อนที่ในลักษณะข้ามขั้นขึ้นหรือลงเป็นคู่ 2 เมเจอร์ และคู่ 3 ไมเนอร์ ถัดมา คือ คู่ 1 เพอร์เฟกต์หรือการซ้ำโน้ตเสียง ในส่วนขององค์ประกอบทางดนตรีด้านจังหวะ กระสวนจังหวะในหลายจุดนั้นมีลักษณะกระสวนจังหวะที่ซ้ำ จังหวะของเครื่องดนตรีนั้นทุกเพลงมีลักษณะจังหวะที่คง ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจังหวะจนจบเพลง ยกเว้นเพลง“ยามราตรี” ที่มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการตีกลอง อัตราความเร็วของเพลงรำโทนส่วนใหญ่อยู่ที่ 71 – 77 ในส่วนของคำร้องนั้น มีลักษณะการร้องแบบธรรมดาเป็นส่วนมากและใช้การร้องเอื้อนเป็นบางช่วง ความสัมพันธ์ระหว่างทำนองและคำร้องมีลักษณะการใช้ 1 พยางค์ต่อ 1 ตัวโน้ตเป็นส่วนมาก การสัมผัสของคำร้องนั้นมีทั้งการสัมผัสในวลีและการสัมผัสระหว่างวลี
เอกสารอ้างอิง
ขวัญใจ สายสุด. (ม.ป.ป.). ประวัติความเป็นมาของการรำโทน.
ไตรตรึงษ์ พลอยม่วง. (2557). บริบทการเกิดและการเปลี่ยนแปลงเพลงรำโทน บ้านตลาดควาย อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี. สาขาดนตรีศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง.
น้ำทิพย์ ภูธนชัย. (2550). การปรับตัวทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยโซ่งบ้านตลาดควาย อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี. [วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี].
ภิญโญ ภู่เทศ. (2547). การศึกษาเพลงรำวงโบราณของตำบลหนองกลับ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์. [ปริญญานิพนธ์ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต,
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ].
รตวรรณ พฤกษาโรจนกุล. (2555). เพลงเห่กล่อมของชาวลาวเวียง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี. [วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหิดล].
สุภาพร ฉิมหนู. (2560). การศึกษาเพลงกล่อมเด็กภาคใต้สำเนียงเจ๊ะเห (ตากใบ-ตุมปัต). [วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหิดล].
อภิชาต ภัทรธรรม. (2559). ไทดำ-ไทยทรงดำ-ลาวโซ่ง. วารสารการจัดการป่าไม้, 10(20), 90.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ฝ่ายผลิตสื่อสิ่งพิมพ์และตำราวิชาการ กองส่งเสริมวิชาการและงานวิจัย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สบศ.