ปัจจัยที่ส่งผลต่อการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติของสหกรณ์ออมทรัพย์ในจังหวัดขอนแก่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ระดับการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติของสหกรณ์ออมทรัพย์ในจังหวัดขอนแก่น (2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติของสหกรณ์ออมทรัพย์ในจังหวัดขอนแก่น จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ (3) ปัจจัยที่มีผลต่อการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติของสหกรณ์ออมทรัพย์ในจังหวัดขอนแก่น
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ออมทรัพย์ในจังหวัดขอนแก่น 9 สหกรณ์ จำนวน 120คน ได้กลุ่มตัวอย่าง 92คน โดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย ใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที วิเคราะห์ความแตกต่างใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วยวิธีถดถอยเชิงพหุ
ผลการวิจัย พบว่า (1) ระดับการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติของสหกรณ์ออมทรัพย์ในจังหวัดขอนแก่นในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า หลักนิติธรรมมีการนำไปปฏิบัติมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ หลักความโปร่งใส หลักคุณธรรมและหลักความรับผิดชอบ ตามลำดับ (2) ความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับการนำหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ในจังหวัดขอนแก่นจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ไม่แตกต่างกัน (3) ปัจจัยที่มีผลต่อการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติของสหกรณ์ออมทรัพย์ในจังหวัดขอนแก่นพบว่าตัวแปรอิสระมีความสัมพันธ์ 3 ตัวแปร มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ ปัจจัยด้านกลยุทธ์ ปัจจัยด้านรูปแบบการบริหาร และปัจจัยด้านค่านิยมร่วมการทำงาน โดยมีสมการทำนาย GI = 2.138 + 0.234 (Strategy) + 0.170 (Style) + 0.130 (Share value)