การศึกษาบทบาทการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทการนิเทศภายใน เปรียบเทียบบทบาทการนิเทศภายใน จำแนก
ตามขนาดโรงเรียน และเพื่อหาแนวทางส่งเสริมบทบาทการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 จำนวน 140 โรงเรียน โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified random sampling) แบบเป็นสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่าแบ่งเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามตอนที่ 2 บทบาทการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) วิเคราะห์ความแปรปรวนโดยใช้การทดสอบค่าสถิติ F-test วิเคราะห์ข้อมูลการสัมภาษณ์โดยใช้ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ และการพรรณนา พบว่า
1. บทบาทการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา
เขต 5 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการสร้างขวัญและกำลังใจของครูมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านการจัดแนะนำ
ดำเนินงานในหน่วยงาน และด้านการพัฒนาครู ตามลำดับ
2. เปรียบเทียบบทบาทการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
นครราชสีมา เขต 5 จำแนกตามขนาดสถานศึกษา โดยภาพรวม แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า แตกต่างกัน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. แนวทางการส่งเสริมบทบาทการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษานครราชสีมา เขต 5 ผู้วิจัยได้นำผลจาก
การศึกษาแนวทางการส่งเสริมบทบาทการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษาจำแนกตามขนาดสถานศึกษาได้ดังนี้
โรงเรียนขนาดเล็ก ควรให้มีการประชุมวางแผนร่วมกันกับคณะครูภายในสถานศึกษา รวมถึงคณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรในการพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมควรจัดให้มีการติดตาม วัดและประเมินผลผู้เรียน เพื่อประเมินคุณภาพของหลักสูตร ควรจัดให้มีห้องสมุดที่มีคุณภาพ เช่น e-learning เพื่อให้ครู และนักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลทาง Internet ได้ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการด้วยกระบวนการที่หลากหลาย เช่น การสอนคละชั้น การใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้โรงเรียนขนาดกลาง ควรจัดสรรงบประมาณตามรายหัวของนักเรียน เพื่อใช้ในการจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ในการ
พัฒนาหลักสูตร จัดสรรงบประมาณตามรายหัวของนักเรียน เพื่อใช้ในการจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ในการพัฒนาหลักสูตร
ควรให้คำแนะนำในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับตัวชี้วัด ของหลักสูตร จัดสรรงบประมาณให้ครูตาม
โครงการ หรือกิจกรรมที่เสนอขอ พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะกระบวนการเรียนการสอน
โรงเรียนขนาดใหญ่ ผู้บริหารสถานศึกษาควรส่งเสริมให้ครูมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรการนำหลักสูตร
ไปใช้ ควรกระทำภายใต้กรอบของหลักสูตร มีการติดตามผลการใช้หลักสูตรเป็นระยะ ให้คำแนะนำเมื่อครูมีปัญหาจากการ
ใช้หลักสูตร กำหนดนโยบายการจัดซื้อ/พัฒนาห้องสมุด อุปกรณ์เครื่องมือช่าง ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน ภายในสถานศึกษา
กำหนดกิจกรรมตามนโยบายจากส่วนกลาง และติดตามให้มีการประเมินผล และให้วิเคราะห์ผลการนิเทศอย่างเป็นระบบ