การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เรื่อง การอ่านและแปลข้อมูลยา จากหนังสือที่ใช้สืบค้นทางเภสัชกรรมสำหรับนักศึกษา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาธารณสุขศาสตร์ สาขาเทคนิคเภสัชกรรม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการด้านการจัดการเรียนรู้
เพื่อพฒั นาทกั ษะการอา่ นและการแปลข้อมูลยา 2) พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ 3) ประเมนิ ผลการเรียนรจู้ ากรปู แบบการเรียน
ที่พัฒนาขึ้นใหม่แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัญหาปัจจุบันและความต้องการด้านการจัดการเรียนรู้ ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ ระยะที่ 3 ประเมินผลการใช้รูปแบบการเรียนที่พัฒนาขึ้นใหม่ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาสาขาเทคนิคเภสัชกรรม จำนวน 28 คน ระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 6 เดือน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แนวคำถามในการสัมภาษณ์ แนวคำถามการสนทนากลุ่มย่อย แนวคำถามการระดมสมอง แผนการสอน รายละเอียดรายวิชา (มคอ.3) หนังสือที่ใช้สืบค้นทางเภสัชกรรม ได้แก่ MIMS, Drug Information Handbook และ Handbook on Injectable Drug แบบฝึกหัดและแบบวัดความสามารถในการอ่านและแปลข้อมูลยา วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติ ความถี่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด สูงสุด Paired t-test และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่าปัญหาการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันคือ ผู้สอนขาดเทคนิคการสอนที่มีความหลากหลาย
และผู้เรียนมีทัศนคติไม่ดีต่อภาษาอังกฤษ รูปแบบการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ การปรับเปลี่ยน
(Adjustment) การกำหนดกิจกรรมเรียนรู้ (Learning activities) การสังเกต (Observation) การสะท้อนผล (Reflection)
และการประเมินผล (Assessment) เรียกรูปแบบนี้ว่า ALORA ผลของการใช้รูปแบบ ALORA พบว่า นักศึกษามีคะแนน
เฉลี่ยการอ่านและแปลข้อมูลยาหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < .0001; 95% CI: 7.31
to 11.76)