การพัฒนารูปแบบลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ด

Main Article Content

กิตติพงษ์ พลทิพย์
รังสรรค์ สิงหเลิศ
ณรงค์ฤทธิ์ โสภา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ด 2)เพื่อสร้างรูปแบบที่เหมาะสมเพื่อลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ด 3)เพื่อทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบที่เหมาะสมเพื่อลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ดที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น วิธีการดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มตัวอย่างเป็นประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ในจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 400 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้รูปแบบการวิเคราะห์สมการโครงสร้างเชิงเส้น
ระยะที่ 2 เป็นการสร้างรูปแบบลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนที่ได้จากผลการวิจัยในระยะที่ 1 ด้วยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 30 คน จากนั้นนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุง และนำไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินรูปแบบ
ระยะที่ 3 การทดลองและการประเมินผลของรูปแบบลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ประชาชนในพื้นที่ตำบลหนองบัว อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 30 คน เพื่อวิเคราะห์ผลการทดลองยืนยันประสิทธิผลรูปแบบลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปรียบเทียบผลทดลองก่อนและหลังโดยวิเคราะห์ด้วย MANOVA (Repeated Measure)
ผลการวิจัย พบว่า
1. ตัวแปรเชิงสาเหตุส่งผลต่อการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชน ได้แก่ ปัจจัยด้านการรับรู้ความสามารถลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (-0.53) ปัจจัยด้านเจตคติลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (0.25) และปัจจัยด้านแรงจูงใจลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (-0.23) โดยตัวแปรอิสระทุกตัวสามารถอธิบายการผันแปรในตัวแปรผลลัพธ์ได้ร้อยละ 17 (R^2 = 0.17)
2. รูปแบบลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ด ประกอบด้วย 6 กิจกรรม ได้แก่ 1) กิจกรรมการตั้งเป้าหมายและสร้างข้อตกลง 2) กิจกรรมผูกข้อมือให้กำลังใจ 3) กิจกรรมเสริมความรู้ที่ถูกต้อง 4) กิจกรรมรู้ข้อดีเสริมแรงจูงใจ 5) กิจกรรมเสริมสร้างความสามารถแห่งตน 6) กิจกรรมติดตามเยี่ยมบ้าน
3. ผลการทดลองรูปแบบลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชน ในจังหวัดร้อยเอ็ด มีผลทำให้การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนลดลงมากกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Articles)

เอกสารอ้างอิง

ญาดา บุตรปัญญา, เพ็ญพักตร์ อุทิศ และสุนิศา สุขตระกูล. (2559). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจอย่างต่อเนื่องทางโทรศัพท์ต่อพฤติกรรมการดื่มสุราของผู้ติดสุรา.วารสารพยาบาลทหารบก.17(3), น. 123-131.
ทิฆัมพร อ่อนละออ และนรลักษณ์ เอื้อกิจ. (2559). ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการดื่มแอลกอฮอล์ของประชากรเพศชายวัยผู้ใหญ่ กรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 28(2), น. 137-150.
นุสรา ศรีกิจวิไลศักดิ์ และสิริมา มงคลสัมฤทธิ์. (2559). ประสิทธิผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มที่มีรูปแบบการดื่มแบบเสี่ยงต่ำหรือเสี่ยงสูง. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา. 11(2), น. 39-51.
รภัทภร เพชรสุข, บุญยง เกี่ยวการค้า และนงพิมล นิมิตรอานันท์. (2553). “รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของนักเรียนผู้ใช้บริการหน่วยงานอนามัยโรงเรียน.” วารสารพยาบาล. 59(2), น. 61-69.
สุรศักดิ์ ไชยสงค์, กัณณพนต์ ภักดีเศรษฐกุล และทักษพล ธรรมรังสี. (2556). รายงานสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายจังหวัด พ.ศ. 2554. นนทบุรี: ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา.
World Health Organization. (2014). Global status report on alcohol and health 2014. Switzerland: World Health Organization.