การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพน้ำข้าวฮางงอกผสมน้ำผลไม้พื้นถิ่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพน้ำข้าวฮางงอกผสมน้ำผลไม้พื้นถิ่น มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาสูตรเครื่องดื่มน้ำข้าวฮางงอกผสมน้ำผลไม้พื้นถิ่นและทดสอบการยอมรับของผู้บริโภค 2) เพื่อวิเคราะห์หาคุณภาพทางกายภาพคุณค่าทางโภชนาการและสารกาบ้าในเครื่องดื่มน้ำข้าวฮางงอกผสมน้ำผลไม้พื้นถิ่นโดยพัฒนาสูตรจากชนิดของข้าวที่จะนำมาทำข้าวฮางงอก และผลไม้พื้นถิ่น ได้ 4 สูตร ได้แก่ สูตรที่ 1 ข้าวหอมมะลิ 105 ผสมน้ำหมากเม่า ,สูตรที่ 2 ข้าวหอมมะลิ 105 ผสมน้ำมัลเบอรี่ ,สูตรที่ 3 ข้าวไรซ์เบอรี่ผสมน้ำหมากเม่า และสูตรที่ 4 ข้าวไรซ์เบอรี่ผสมน้ำมัลเบอรี่ ผลการศึกษา พบว่า สูตรน้ำข้าวฮางงอกไรซ์เบอรี่ผสมน้ำหมากเม่ามีผลการทดสอบคุณภาพทางประสาทสัมผัส ได้แก่ ลักษณะปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ ความชอบโดยรวม ให้ค่าการทดสอบดีกว่าสูตรอื่น (P<0.05) จากผลการทดสอบทางกายภาพพบว่า สูตรน้ำข้าวฮางงอกข้าวหอมมะลิ 105 ผสมน้ำหมากเม่าให้ค่าสี L สูงที่สุด สูตรน้ำข้าวฮางงอกไรซ์เบอรี่ผสมน้ำหมากเม่าให้ค่าสี a สูงที่สุด และสูตรน้ำข้าวฮางงอกไรซ์เบอรี่ผสมน้ำมัลเบอรี่ให้ค่าสี b สูงที่สุด (P<0.01) ส่วนคุณค่าทางโภชนาการและสารกาบ้า พบว่าทั้ง 4 สูตรให้คุณค่าใกล้เคียงกัน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
พัชรี ตั้งตระกูล , วารุณ วารัญญานนท์ , วิภา สุโรจนะเมธากุล และลัดดา วัฒนาศิริธรรม. 2550. GABA ในคัพภะข้าวและข้าวกล้องงอก. วารสารอาหาร. 37: 291-296.
วรนุช ศรีเจษฏารักข์. 2551. รายงานฉบับบสมบูรณ์ เรื่อง การผลิตสารประกอบทางชีวภาพจากข้าวกล้องงอก. ขอนแก่น : ภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อินทนิล บัวภาคำ และ นวลฉวี แสงชัย. 2558. แนวทางการพัฒนาธุรกิจของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวฮางสกลทวาปี บ้านนาบ่อ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร. การประชุมวิชาการทางธุรกิจและนวัตกรรมทางการจัดการระดับชาติและนานาชาติ ประจำปี 2558. หน้า 1498-1504.
AOAC. 1990. Official Method of Analysis. 15th Edition. Association of Official Agricultural Chemists, Inc., Virginia.
Gomez, K.A. and Gomez, A.A. 1984. Statistical procedures for agricultural research. 2nd Edition. Singapore. Kin Keong Printing Co. Pte. Ltd.
IRRI. 2013. Statistical tool for agricultural research. Version 2.0.1. International Rice Research Institute, Philippines : IRRI.