ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในอนาคต (พ.ศ. 2556 -2565) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เขตภาคเหนือตอนบน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ภาพอนาคต และนำเสนอยุทธศาสตร์การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก เขตภาคเหนือตอนบน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในอนาคต (พ.ศ. 2556 -2565)
ประชากรในการวิจัยเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เขตภาคเหนือตอนบน สังกัด สพฐ. ผู้ให้ข้อมูลได้แก่ 1) ผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็กในเขตภาคเหนือตอนบน สังกัด สพฐ. ตามการแบ่งเขตการตรวจราชการที่ 15 และ 16 ของกระทรวงศึกษาธิการ 2) ผู้นำผู้บริหาร หรือผู้จัดทำยุทธศาสตร์ ซึ่งมีประสบการณ์ในการศึกษาวิจัยด้านยุทธศาสตร์และด้านการบริหารการศึกษา เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก และ 3) นักวิชาการ หรือกลุ่มผู้นำความคิดทางสังคมในด้านยุทธศาสตร์และด้านการบริหารการศึกษา ดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ เทคนิค Ethnographic Futures Research เทคนิค SWOT Matrix และแบบประเมินยุทธศาสตร์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า
1. โรงเรียนขนาดเล็กทุกโรงเรียนมีองค์ประกอบการบริหารจัดการโรงเรียนครบทั้ง 6 ด้าน แยกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มที่เป็นตัวฉุดรั้งให้การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กอ่อนด้อยด้านคุณภาพ คือ ด้านการเงินและสินทรัพย์ บริหารทั่วไป และ บุคลากร 2) กลุ่มที่เป็นตัวส่งเสริมให้มีคุณภาพ คือ ด้านวิชาการ ด้านโครงสร้าง และด้านเทคโนโลยี
2. ภาพของการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในอนาคตจะต้อง เร่งรัดพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษา การจัดการศึกษาโดยใช้พื้นที่หรือชุมชนเป็นฐานโดยมีเป้าหมายในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กนักเรียนให้มีทักษะและคุณลักษณะที่เหมาะสมกับศตวรรษที่ 21 สร้างจุดเด่นหรือจุดแข็งของตนเอง ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการศึกษา ทุกคนสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้ตลอดชีวิต ใช้เทคโนโลยีที่มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและมีเครือข่ายที่ขยายไปเกือบทุกอาณาบริเวณในการจัดการเรียนรู้ จัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานในการขับเคลื่อนในการจัดการศึกษา
3. ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในอนาคต (พ.ศ.2556 – 2565) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กให้มีความเข้มแข็ง นำเทคโนโลยีที่ใช้จัดการสารสนเทศและการสื่อสาร (Information Communication Technology : ICT) มาใช้ในการบริหารและการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ เสริมสร้างระบบการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กแบบมีส่วนร่วมให้เข้มแข็ง และสร้างเอกลักษณ์ของสถานศึกษา และพัฒนาอัตลักษณ์ผู้เรียน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ชาญชัย กาศักดิ์. (2546 ). อนาคตภาพและทางเลือกในอนาคต สำหรับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดสิงห์บุรี ปีพุทธศักราช 2555. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏเทพสตรี.
ธีระพร อายุวัฒน์. (2552). แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดเล็ก. วิทยานิพนธ์ดุษฎีนิพนธ์ สาขาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545. ราชกิจจานุเบกษา. วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2545.
พิภพ วชังเงิน. (2547). พฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพฯ : รวมสาส์น (1977).
มัณฑริกา วิฑูรชาติ. (2551). การพัฒนากลยุทธ์การบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของสถานศึกษาเอกชนขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ 1-2 ในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ดุษฎีนิพนธ์ สาขาบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ บัณฑิตวิทยาลัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น.
วรรณรัตน์ ลังกาวงศ์. (2546). การพัฒนาบุคคลในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนสังกัดกองการศึกษา เพื่อคนพิการ กรมสามัญศึกษาเขตการศึกษาที่ 7. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันราชภัฏกำแพงเพชร.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสดศรีสฤษดิ์วงศ์.
ศิริวรรณ ฉัตรมณีรุ่งเจริญ และวรางคณา ทองนพคุณ. (2556). ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ความท้าทายในอนาคต 21st Century Skills : The Challenges Ahead. ภูเก็ต : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต.
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2549). ชุดวิชาการจัดการองค์การทางการศึกษา. โครงการพัฒนาวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาประจำการ. กรุงเทพฯ : สำนักงานพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ.
สำนักนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2556). การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.