การศึกษาสุขภาพองค์การของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับสุขภาพองค์การของสถานศึกษา 2) เปรียบเทียบสุขภาพองค์การของสถานศึกษาโดยจำแนกตามขนาดของสถานศึกษา และ 3) เพื่อหาแนวทางพัฒนาสุขภาพองค์การของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยมีวิธีการดำเนินการวิจัย ดังนี้ ประชากร ได้แก่ สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 จำนวน 176 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 จำนวน 122 โรงเรียน โดยการสุ่มตามระดับชั้น แบบไม่เป็นสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คะแนนเฉลี่ย () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เปรียบเทียบสุขภาพองค์การของสถานศึกษาที่มีขนาดต่างกัน โดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) ด้วยวิธีการของ Sheffe’ ผลการศึกษาพบว่า 1) สุขภาพองค์การของสถานศึกษาสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 ตามทัศนะของผู้บริหารสถานศึกษาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการมีเป้าหมายที่ชัดเจน มีสุขภาพองค์การอยู่ในระดับ ดีเยี่ยม ส่วนในด้านอื่นๆ มีสุขภาพองค์การอยู่ในระดับ ดีมาก 2) การเปรียบเทียบระดับสุขภาพองค์การของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 จำแนกตามขนาดของสถานศึกษา โดยภาพรวม ไม่แตกต่างกัน ในภาพรวมรายด้านที่พบปัญหามากที่สุด ได้แก่ ด้านการสนับสนุนทรัพยากรโดยปัญหาที่พบจะเป็นเรื่องการสนับสนุนให้สถานศึกษามีการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษาให้ครบถ้วนเพียงพอต่อความต้องการของครูและบุคลากรทางการศึกษา 3) แนวทางการพัฒนา คือ ควรสำรวจความต้องการของบุคลากรเพื่อจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่ตรงตามความต้องการของครูด้านการจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ รวมถึงวิธีการรับบริจาควัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษาจากหน่วยงานภายนอกเพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาแก้ไขปัญหา
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรุณา ไชยสงโท. (2549). สุขภาพองค์การโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสน์.
ศิริพงศ์ พงษ์ดี. (2553). การศึกษาสุขภาพองค์การของโรงเรียนเบญจมานุสรณ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2. (2556). แผนปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556. นครราชสีมา : กลุ่มนโยบายและแผน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2556). แนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟิค.
องค์การอนามัยโลก. (2553). การตรวจสุขภาพองค์การ. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : http://www.oknation.net. [23 กันยายน 2556].
Hoy, W. K., and J. Feldman. (1987). “Organizational health. The concept and it’s measure”. Journal of Research and Development in Education. 45 : 9.
Hoy, W. K., and C.G. Miskel. (1991). Educational Administrati on Theory, Research, and Practice. 3rd ed. New York : Random House.
Miles, M. B. (1973). Planned Change and Organizational Health: Figure and Ground. Boston : Allyn and Bacon.
Milstein and J.A. Belasco. (1973). Educational Administration and the Behavioral Science : A System Perspective. Boston : Allyn and Bacon.