การพัฒนารูปแบบการพัฒนาหลักสูตรในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา สำหรับเสริมสร้างสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
หลักสูตรการศึกษาทุกระดับในยุคศตวรรษที่ 21 ควรมีลักษณะเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่มุ่งพัฒนานักเรียนให้เกิดความรู้ ทักษะ และเจตคติที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในอนาคต ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้คือ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาหลักสูตรในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา และ 2) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสานวิธี โดยแบ่งการวิจัยออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การพัฒนารูปแบบการพัฒนาหลักสูตร กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหลักสูตร จำนวน 3 คน ระยะที่ 2 การทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาหลักสูตร กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินรูปแบบการพัฒนาหลักสูตรในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาและแบบประเมินสมรรถนะ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test for dependent ผลการวิจัย พบว่า 1) รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นรูปแบบเชิงระบบ และ 2) ครูสามารถพัฒนาหลักสูตรได้ตามขั้นตอนของรูปแบบการพัฒนาหลักสูตร โดยหลักสูตรที่ครูพัฒนาขึ้นสามารถใช้ในการพัฒนาสมรรถนะ 6 ด้าน ของนักเรียนให้เพิ่มสูงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ควรมีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดีให้ครูมีทักษะการพัฒนาสื่อการสอนดิจิทัลได้ด้วยตนเอง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2564). Competency-Based Education Thailand. สืบค้นเมื่อ 2 พฤษภาคม 2566, จาก https://cbethailand.com/
พระครูกิตติญาณวิสิฐ, พระครูวิรุฬห์สุตคุณ, ระวิง เรืองสังข์ และสุทิศ สวัสดี. (2565). แนวทางการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา. วารสารศิลปการจัดการ, 6(2), น. 747-763.
มารุต พัฒผล. (2562). รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรร่วมสมัย. กรุงเทพฯ: ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.
ศมกร ศิลาโชติ, สิรินภา กิจเกื้อกูล และวิภารัตน์ เชื้อชวด ชัยสิทธิ์. (2563). การพัฒนาสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยการจัดการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษาที่เน้นการใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่องไฟฟ้าเคมี. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 22(3), น. 248-260.
สมถวิล วิจิตรวรรณา. (2565). สถิติความสัมพันธ์: เลือกใช้อย่างไร. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 8(2), น. 1-15.
สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา. (2565). แผนพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. สืบค้นเมื่อ 2 พฤษภาคม 2566, จาก https://www2.nakhonratchasima.go.th/files/com_ebook_strategy/2022-12_ e443e012614a039.pdf
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2562). พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา. สืบค้นเมื่อ 2 พฤษภาคม 2566, จาก https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_ dl_link.php?nid=58606&filename=index
อัจศรา ประเสริฐสิน, กมลทิพย์ ศรีหาเศษ และอารีรัตน์ ลาวน้อย. (2554). แนวทางการวัดและประเมินผลฐานสมรรถนะในศตวรรษที่ 21. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 27(2), น. 16-31.
Kabita, D. N. and Ji, L. (2017). The Why, What and How of Competency-Based Curriculum Reforms: The Kenyan Experience. Switzerland: IBE-UNESCO.
Salam, A. (2015). Input, Process and Output: System Approach in Education to Assure the Quality and Excellence in Performance. Bangladesh Journal of Medical Science, 14(1), pp. 1-2.
Saleh, K. (2019). Strategi Peningkatan Mutu Pendidikan Sekolah Dasar Islam Terpadu (SDIT) di Provinsi Kalimantan Timur (Studi kasus SDIT Cordova Samarinda dan SDIT YABIS Bontang). Fenomen: Jurnal Penelitian, 11(2), pp. 143-166.
Roegiers, X. (2016). A Conceptual Framework for Competencies Assessment. Retrieved May 3, 2023, from https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000 245195
Zhao, Y. and Watterston, J. (2021). The Changes We Need: Education post COVID-19. Journal of Educational Change, 22, pp. 3-12.