การประเมินผลโครงการการขับเคลื่อนสุราษฎร์ธานีเมืองต้นแบบ พื้นที่สุขภาวะส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

Main Article Content

ศิริพร เพ็งจันทร์
สุจิตรา สังข์เพชร
โปรดปราน คำอ่อน
จินดา สวัสดิ์ทวี

บทคัดย่อ

การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลโครงการการขับเคลื่อนสุราษฎร์ธานีเมืองต้นแบบพื้นที่สุขภาวะส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การวิจัยประเมินผล (Evaluation Research) โดยประยุกต์การประมวลผลกระทบทางสุขภาพ (HIA) วิเคราะห์ร่วมกับ CIPP Model ประชากรเป้าหมาย คือ ผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย กลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง 100 คน ได้แก่ พี่เลี้ยงโครงการ ผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้บริหารท้องถิ่น/เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น สื่อโครงการ    แต่ละจังหวัด กลุ่มสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 9 โครงการ 8 พื้นที่ เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์เพื่อพัฒนาตามกรอบคิดโครงการส่งเสริมสุขภาพทางกายวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงพรรณนา


ผลวิจัยพบว่า 1) สภาพแวดล้อม การพัฒนาพื้นที่กิจกรรมทางกาย การใช้งบประมาณภาคส่วนอื่นๆส่งผลต่อขับเคลื่อนโครงการต่อเนื่อง แต่อปท.ขนาดเล็กมีข้อจำกัดงบประมาณ  2) ปัจจัยนำเข้า ต้นทุนทางทรัพยากรเพียงพอ องค์กรเครือข่ายมีต้นทุนองค์ความรู้ทางสุขภาวะมีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จโครงการ การได้รับงบประมาณเพียงพอมีผลระยะยาวต่อขับเคลื่อนโครงการ เนื่องจากผลลัพธ์สำคัญโครงการคือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3) กระบวนการดำเนิน ผู้รับผิดชอบโครงการมุ่งเป้าบุคลากรงานพัฒนาคุณภาพชีวิตงานส่งเสริมสุขภาวะ มีกลไกพี่เลี้ยงโครงการมีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จโครงการ กระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมช่วยดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว แต่ขึ้นอยู่กับขนาดอปท. งบประมาณที่ใช้ดำเนินการ การทดลองปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและการสื่อสารสาธารณะถือเป็นแรงกระเพื่อมผลักดันขับเคลื่อนกิจกรรม 4) ผลผลิต แม้โครงการมีงบประมาณสนับสนุนจำนวนไม่มาก ระยะเวลาดำเนินโครงการสั้น นับเป็นแรงจูงใจแรงผลักดันการรับรู้การตระหนักรู้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ การพัฒนาสภาพแวดล้อมสาธารณะ รวมถึงการวางระบกลไกสนับสนุนการสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญโดยเฉพาะ อบต.ที่ได้รับงบประมาณจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และการช่วยออกแบบสถาปัตยกรรมสำหรับพื้นที่ที่ไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนช่วยให้เกิดโครงการใหม่ในแผนท้องถิ่นที่มีข้อจำกัดในหลากหลายลักษณะ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เพ็งจันทร์ ศ., สังข์เพชร ส., คำอ่อน โ., & สวัสดิ์ทวี จ. (2026). การประเมินผลโครงการการขับเคลื่อนสุราษฎร์ธานีเมืองต้นแบบ พื้นที่สุขภาวะส่งเสริมกิจกรรมทางกาย. วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, 9(1), 394–417. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/SASAJ/article/view/279443
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กาณชาญ รังสีวรรธนะ. (2560). การจัดการสนามกีฬาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารศิลปการจัดการ, 1(1), 1–10.

กนกรัชต์ ต่วนชะเอม, และ ศุกล อริยสัจสี่สกุล. (2565). การพัฒนาตัวชี้วัดศักยภาพชุมชนในการส่งเสริมการออกกำลังกาย. Academic Journal of Thailand National Sports University, 14(3), 115–130.

จำเนียร จวงตระกูล. (2561). ปัญหาการกำหนดกลุ่มตัวอย่างและวิธีการสุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงคุณภาพ. วารสารบริหารธุรกิจสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 1(2), 1-21.

บรรเจิด ปานเงิน, ไพศาล ปันแดน, และ นิพนธ์ สุขีนัง. (2565). แนวทางการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในชุมชน. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา, 16(2), 9–19.

เบญจมาศ ถาดแสง, และ พีรนุช ลาเซอร์. (2564). ผลของการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนากิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ. วารสารพยาบาลภาคเหนือ, 27(1), 64–75.

ประวิช ขุนนิคม, ธวัชชัย สุนทรนนท์, ศิรัญญา แสงอรุณ, สุวภาคย์ เบญจธนวัฒน์, เพ็ญ สุขมาก, และ ญัตติพงศ์ แก้วทอง. (2568). การวิจัยเชิงประเมินผลโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในพื้นที่ทดลองนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ ประเทศไทย. วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, 10(2), 230–244.

รัถยานภิศ พละศึก, เบญจวรรณ ถนอมชยธวัช, และ ดลปภัฎ ทรงเลิศ. (2561). การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาสุขภาพชุมชน. วารสารพยาบาลและสาธารณสุข, 5(1), 211–223.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. (2559). หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่เกิดจากนโยบายสาธารณะ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2559. กรุงเทพฯ: คุณาไทย.

องค์การอนามัยโลก. (2567). กิจกรรมทางกาย. สืบค้นจาก https://www-who-int.translate.goog/news-room/fact-sheets/detail/physical-activity?_x_tr_sl=en&_x_tr_tl=th&_x_tr_hl=th&_x_tr_pto=tc

Barney, J. (1991). Firm resources and sustained competitive advantage. Journal of Management, 17(1), 99–120.

Committee to develop a draft master plan for promoting physical activity. (2017). Master plan for promoting physical activity (2018 - 2030). November 2017.

Kemm, J. (2005). The future challenges for HIA. Environmental Impact Assessment Review, 25(7-8), 799–807. doi: 10.1016/j.eiar.2005.07.012

Miles, M. B. & Huberman, A. M. (1994). Qualitative data analysis: An expanded sourcebook, London: Sage.

Fetterman, D. M. (2001). Foundations of empowerment evaluation. London: Sage.

Rogers, E. M. (2003). Diffusion of innovations (5th ed.). New York, NY: Free Press.

Rossi, P. H., Lipsey, M. W., & Freeman, H. E. (2004). Evaluation: A systematic approach (7th ed.). London: Sage.

Office of Policy and Strategy Development. (2021). 10-year target direction (2022-2031) Health Promotion Support Fund. Bangkok: PAN.Health Promotion Support Fund

Stufflebeam, D. L., et al. (1971). Educational evaluation and decision making. Itasca, Illinois: Peacock.

World Health Organization. (1999). Health impact assessment: Main concepts and suggested approach. Brussels: World Health Organization.

World Health Organization. (1999). Health Impact Assessment: Main Concept and Suggested Approach. Gothenburg Consensus paper. Brussels: World Health Organization.