พฤติกรรมการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์และการรับรู้สิทธิตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

Main Article Content

ศศิพรรณ บิลมาโนชญ์

บทคัดย่อ

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์และการรับรู้ข่าวสารสิทธิของผู้สูงอายุตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้วิธีวิจัยแบบการสำรวจ (survey research) และเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 400 คน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้


ลักษณะทางประชากร พบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 54.50 และร้อยละ 45.50 ตามลำดับ และส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 65 – 69 ปีมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 49.00 โดยกลุ่มตัวอย่างมีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 24.25 และส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป คิดเป็นร้อยละ 31.75 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ย 5,001 - 10,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 34.00 และส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส คิดเป็นร้อยละ 51.70 ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ข่าวสารสิทธิของผู้สูงอายุ คิดเป็นร้อยละ 100.00


พฤติกรรมการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีการเปิดรับข่าวสารสิทธิของผู้สูงอายุจากเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 43.50 และใช้โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ในการเปิดรับเครือข่ายสังคมออนไลน์มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 67.75 โดยช่วงเวลาที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่สื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์อยู่ในช่วงเวลาระหว่าง 11 : 01 – 15 : 00 น. คิดเป็นร้อยละ 36.75 และกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความถี่ในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ มากกว่า 5 ครั้ง/สัปดาห์ คิดเป็นร้อยละ 48.50  ส่วนระยะเวลาที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ใช้เวลาในการเปิดรับเครือข่ายสังคมออนไลน์ประมาณ 1-2 ชั่วโมง/ครั้ง  คิดเป็นร้อยละ 49.25 ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีจุดประสงค์หลักของการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อติดต่อกับครอบครัว/เพื่อน  คิดเป็นร้อยละ 29.25


การรับรู้ข่าวสารสิทธิของผู้สูงอายุตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 (16 ด้าน) พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ข่าวสารสิทธิโดยรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.56) โดยการรับรู้สิทธิของผู้สูงอายุสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ 1) ระดับการรับรู้มากที่สุด (กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ 4 ด้าน ได้แก่ สิทธิด้านการแพทย์ สิทธิด้านการได้รับการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพ สิทธิด้านการได้รับการช่วยเหลือค่าโดยสารยานพาหนะ และสิทธิด้านการได้รับการช่วยเหลือจากการถูกทารุณกรรม) 2) ระดับการรับรู้มาก (กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ 5 ด้าน ได้แก่ สิทธิด้านการได้รับความปลอดภัยในอาคารสถานที่ สิทธิด้านการท่องเที่ยว สิทธิด้านการพัฒนาตนเอง สิทธิด้านการศึกษา และสิทธิด้านการยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่ของรัฐ)  3) ระดับการรับรู้ปานกลาง (กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ 3 ด้าน ได้แก่ สิทธิด้านการได้รับการจัดที่พักอาศัย สิทธิด้านการจัดงานศพ และสิทธิด้านการประกอบอาชีพ)  และ 4) ระดับการรับรู้น้อย (กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ 4 ด้าน ได้แก่ สิทธิด้านการได้รับคำแนะนำในทางคดี สิทธิด้านการลดหย่อนภาษีเงินได้ สิทธิด้านกองทุนผู้สูงอายุ และสิทธิด้านการได้รับความสะดวกในการเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ)


พฤติกรรมการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีการเปิดรับข่าวสารสิทธิของผู้สูงอายุจากเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 43.50 และใช้โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ในการเปิดรับเครือข่ายสังคมออนไลน์มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 67.75 โดยช่วงเวลาที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่สื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์อยู่ในช่วงเวลาระหว่าง 11 : 01 – 15 : 00 น. คิดเป็นร้อยละ 36.75 และกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความถี่ในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ มากกว่า 5 ครั้ง/สัปดาห์ คิดเป็นร้อยละ 48.50  ส่วนระยะเวลาที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ใช้เวลาในการเปิดรับเครือข่ายสังคมออนไลน์ประมาณ 1-2 ชั่วโมง/ครั้ง  คิดเป็นร้อยละ 49.25 ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีจุดประสงค์หลักของการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อติดต่อกับครอบครัว/เพื่อน  คิดเป็นร้อยละ 29.25


การรับรู้ข่าวสารสิทธิของผู้สูงอายุตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 (16 ด้าน) พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ข่าวสารสิทธิโดยรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.56) โดยการรับรู้สิทธิของผู้สูงอายุสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ 1) ระดับการรับรู้มากที่สุด (กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ 4 ด้าน ได้แก่ สิทธิด้านการแพทย์ สิทธิด้านการได้รับการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพ สิทธิด้านการได้รับการช่วยเหลือค่าโดยสารยานพาหนะ และสิทธิด้านการได้รับการช่วยเหลือจากการถูกทารุณกรรม) 2) ระดับการรับรู้มาก (กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ 5 ด้าน ได้แก่ สิทธิด้านการได้รับความปลอดภัยในอาคารสถานที่ สิทธิด้านการท่องเที่ยว สิทธิด้านการพัฒนาตนเอง สิทธิด้านการศึกษา และสิทธิด้านการยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่ของรัฐ)  3) ระดับการรับรู้ปานกลาง (กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ 3 ด้าน ได้แก่ สิทธิด้านการได้รับการจัดที่พักอาศัย สิทธิด้านการจัดงานศพ และสิทธิด้านการประกอบอาชีพ)  และ 4) ระดับการรับรู้น้อย (กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ 4 ด้าน ได้แก่ สิทธิด้านการได้รับคำแนะนำในทางคดี สิทธิด้านการลดหย่อนภาษีเงินได้ สิทธิด้านกองทุนผู้สูงอายุ และสิทธิด้านการได้รับความสะดวกในการเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บิลมาโนชญ์ ศ. . (2024). พฤติกรรมการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์และการรับรู้สิทธิตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารนิเทศสยามปริทัศน์, 23(1), 194–210. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/commartsreviewsiamu/article/view/272780
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมกิจการผู้สูงอายุ (2546) คู่มือสิทธิผู้สูงอายุตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2546. กรุงเทพฯ : กรมกิจการผูสูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.

ดารุวรรณ ศรีแก้ว เสกสรรค์ แย้มพินิจ โสพล มีเจริญ และ อมรรัตน์ แปลกอ่อง (2564) การใช้

โซเชียลมีเดียของผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย วารสารบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง ฉบับเทคโนโลยีการศึกษา Vol.5 No.1 (มกราคม-มิถุนายน 2564) pp.45-58.

ดวงทิพย์ เจริญรุกข์ (2563) พฤติกรรมการใช้และการยอมรับนวัตกรรมสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพมหานคร วารสารนิเทศศาสตรปริทัศน์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563) pp. 229-237.

ธาม วงศ์สรรคกร ชาญเดช เจริญวิริยะกุล และอัครมณี สมใจ (2566) การรับรู้ประโยชน์

ทัศนคติ และพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ของผู้สูงอายุ วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2566) pp. 168-179.

นันทนา อยู่สบาย (2557) ความต้องการสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในองค์การบริหารส่วนตำ

บลศีรษะจระเข้น้อย อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ วิทยานิพนธ์หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารทั่วไป วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา.

น้ำทิพย์ วิภาวิน (2558) เครือข่ายสังคมในสังคมเครือข่าย วารสารวิจัยสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย 8(2), pp. 119-127.

ปรมะ สตะเวทิน (2529) หลักนิเทศศาสตร์ กรุงเทพฯ : รุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์.

พระครูภัทรปัญญาคุณ (เวียง แซ่อุ้ย) (2560) การศึกษาความต้องการได้รับสวัสดิการสังคมของ

ผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช วิทยานิพนธ์นี้หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาสังคม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

วรัชญา ทิพย์มาลัย (2562) พฤติกรรมและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสิทธิของผู้สูงอายุผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ วิทยานิพนธ์หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน ปริญญามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ (2566) ข้อมูลทรัพยากรสุขภาพ หน่วยบริการปฐมภูมิ รพ.สต. บ้านคลองบางปิ้ง กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.

ศิริสุข นาคะเสนีย์ (2561) พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยรําาไพพรรณี ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม - เมษายน 2561 pp. 39 -48.

Cronbach, L.J. (1990) Essentials of psychological testing (5th ed.). New York : New York: Harper Collins Publishers.

Likert, R. (1961) New pattern of management New York : Mc Graw-Hill.

Yamane, T. (1973) Statistics : An Introductory Analysis (3rd ed.). New York : Harper & Row.