Login or Register to make a submission.

As part of the submission process, authors are required to check off their submission's compliance with all of the following items, and submissions may be returned to authors that do not adhere to these guidelines.

  • The submission has not been previously published, nor is it before another journal for consideration (or an explanation has been provided in Comments to the Editor).
  • The submission file is in OpenOffice, Microsoft Word, or RTF document file format.
  • Where available, URLs for the references have been provided.
  • The text is single-spaced; uses a 12-point font; employs italics, rather than underlining (except with URL addresses); and all illustrations, figures, and tables are placed within the text at the appropriate points, rather than at the end.
  • The text adheres to the stylistic and bibliographic requirements outlined in the Author Guidelines.
  • บทความวิชาการ
    ควรประกอบด้วย ชื่อเรื่องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทคัดย่อ (Abstract) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีความยาวไม่เกิน 300 คำ บทนำ เนื้อหา บทสรุป และเอกสารอ้างอิง โดยพิมพ์หมายเลขหน้าทุกหน้า ทั้งนี้บทความควรมีจำนวนหน้า 10-15 หน้า
  • บทความวิจัย
    ควรประกอบด้วย ชื่อเรื่องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทคัดย่อ (Abstract) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีความยาวไม่เกิน 300 คำ คำสำคัญทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 2-5 คำ บทนำ วัตถุประสงค์ วิธีการวิจัย ผลการวิจัย อภิปรายผลข้อเสนอแนะ และเอกสารอ้างอิง โดยพิมพ์หมายเลขหน้าทุกหน้า ทั้งนี้บทความควรมีจำนวนหน้า 10-15 หน้า
  • การนำส่งบทความ
    ผู้เขียนส่งต้นฉบับบทความให้กองบรรณาธิการพิจารณาทางระบบออนไลน์ ThaiJo
    https://so05.tci-thaijo.org/index.php/edjour_stou
  • การอ้างอิง
    ให้จัดเรียงรายการเอกสารเฉพาะที่อ้างอิงในบทความ โดยจัดเรียงรายการทั้งหมดตามอักษรชื่อผู้แต่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในคู่มือการตีพิมพ์ของ The Publication Manual of the American Psychological Association”, 6th Edition
  • ในกรณีที่่เป็นนักศึกษาขอให้ท่านส่งแบบบันทึกคุณภาพของบทความที่ผ่านการพิจารณาเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์

รายละเอียดการเตรียมต้นฉบับ
ต้นฉบับที่เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ หรือทั้ง 2 ภาษา ควรใช้รูปแบบของตัวอักขระ (font) ชนิด Angsana New ขนาด 15 พอยท์ พิมพ์หน้าเดียวบนกระดาษ A4 ความยาวประมาณ 10-15 หน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ชื่อเรื่อง ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษโดยในกรณีที่เป็นบทความภาษาไทยให้ใส่ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษไว้ใต้ชื่อเรื่องภาษาไทย สำหรับกรณีที่เป็นบทความภาษาอังกฤษ ให้ใส่ชื่อเรื่องภาษาไทยไว้ใต้ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ ชื่อเรื่องควรเป็นชื่อที่สั้น กะทัดรัด แต่ได้ใจความตรงกับวัตถุประสงค์และเนื้อหาสาระ
  2. ชื่อผู้เขียน ตำแหน่ง และสถานที่ทำงานหรือหน่วยงานที่สังกัดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  3. เนื้อหา เนื้อหาสาระควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจง่ายมีความหมายชัดเจน ในกรณีที่ใช้คำย่อ (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) จะต้องเขียนคำเต็มไว้ครั้งแรกก่อน เนื้อหาสาระของบทความที่ขอรับการพิจารณาลงตีพิมพ์ต้องประกอบด้วย

   3.1 บทคัดย่อ บทคัดย่อทุกบทความจะต้องมีทั้ง 2 ภาษา คือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยหากบทความเป็นภาษาไทยให้จัดเรียงบทคัดย่อเป็นภาษาไทยไว้ก่อนและหากเป็นบทความภาษาอังกฤษก็ให้จัดเรียงบทคัดย่อเป็นภาษาอังกฤษไว้ก่อนเสมอ บทคัดย่อต้องมีความยาวไม่เกิน 300 คำ ซึ่งครอบคลุมสาระสำคัญของเรื่อง
   3.2 ในกรณีที่เป็นบทความทางวิชาการ เนื้อหาสาระของบทความต้องประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ ดังนี้
       3.2.1 บทนำ เป็นการกล่าวถึงความสำคัญและที่มาของเรื่องหรือประเด็นในบทความและวัตถุประสงค์ของบทความ
       3.2.2 เนื้อหาแบ่งประเด็นหัวข้อออกเป็นส่วน ๆ โดยเป็นหัวข้อนำชิดขอบด้านซ้ายของกรอบ
       3.2.3 สรุป เป็นการสรุปสาระของเรื่องด้วยข้อความที่กระชับและชัดเจน
       3.2.4 บรรณานุกรม ให้ใช้บรรณานุกรมตาม APA Style 6th ed.
       3.2.5 ภาคผนวก (ถ้ามี)
       3.2.6 ผู้เขียนสามารถดาวน์โหลด Template ได้จาก download

   3.3 ในกรณีที่เป็นบทความวิจัย เนื้อหาสาระควรแบ่งเป็นส่วน ๆ ดังต่อไปนี้
       3.3.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาหรือเหตุผลที่ทำการวิจัย โดยควรมีการอ้างอิงงานวิจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
       3.3.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย
       3.3.3 สมมติฐานของการวิจัยหรือปัญหาการวิจัย และนิยามศัพท์เฉพาะ (ถ้ามี)
       3.3.4 กรอบแนวคิดในการวิจัยและนิยามศัพท์เฉพาะ (ถ้ามี) ควรเขียนเป็นบทร้อยแก้ว หรือใช้ภาพประกอบเพื่อแสดงความสัมพันธ์ของตัวแปรต่าง ๆ
       3.3.5 วิธีดำเนินการวิจัย ควรแสดงขั้นตอนการดำเนินการวิจัย โดยกล่าวถึงประชากรและกลุ่มตัวอย่าง วิธีสุ่มตัวอย่าง แหล่งที่มาของข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูล และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
       3.3.6 ผลการวิจัย เป็นการนำเสนอผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์
       3.3.7 อภิปรายผล เป็นข้อวิจารณ์ผลการวิจัยที่อ้างอิงทฤษฎีหรือมีการเปรียบเทียบผลการวิจัยกับงานวิจัยชิ้นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
       3.3.8 ข้อเสนอแนะ ควรครอบคลุมข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ และ/หรือข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
       3.3.9 บรรณานุกรม ให้ใช้รูปแบบการเขียนบรรณานุกรมตาม APA Style 6th ed.
       3.3.10 ภาคผนวก ตาราง และภาพประกอบในภาคผนวก (ถ้ามี) ควรมีเฉพาะเท่าที่จำเป็น ส่งแนบมาพร้อมต้นฉบับหรือพิมพ์รวมมาในต้นฉบับที่ส่งมาให้ชัดเจน ในกรณีของตารางจะต้องมีการเรียงลำดับตาราง และมีชื่อตารางหรือคำอธิบายประกอบตารางด้วย ส่วนภาพประกอบจะต้องเรียงลำดับภาพ พร้อมชื่อภาพหรือคำอธิบายประกอบที่บริเวณใต้ภาพด้วยเช่นกัน
      3.3.11 ผู้เขียนสามารถดาวน์โหลด Template ได้จาก Download

หมายเหตุ

    1. บทความที่นำเสนอต้องไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ หรืออยู่ในระหว่างการนำเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ลงในวารสารอื่นใดมาก่อน
    2. บทความที่ส่งมาจะได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารศึกษาศาสตร์ มสธ. เมื่อได้รับการพิจารณากลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับบทความก่อนอย่างน้อย 2 ท่าน โดยการประเมินเป็นแบบปกปิดรายชื่อทั้งผู้ประเมินและผู้เขียนบทความ (Double-Blind Peer Review)
    3. บทความที่ไม่ผ่านการพิจารณาให้ตีพิมพ์ กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้เขียนทราบ แต่จะไม่ส่งคืนต้นฉบับให้ผู้เขียน
    4. ผู้ที่ส่งบทความจะต้องชำระค่าดำเนินการตีพิมพ์ จำนวน 3,000 บาทพร้อมบทความ หรืออาจชำระหลังกองบรรณาธิการได้พิจารณาเบื้องต้นก่อนส่งผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณากลั่นกรองบทความ
    5. ผู้ส่งบทความสามารถชำระค่าดำเนินการตีพิมพ์บทความ โดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองทองธานี ชื่อบัญชีวารสารศึกษาศาสตร์ มสธ. ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 147-0-20036-8 และส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่ edjournal@stou.ac.th