แนวทางการบริหารความขัดแย้งในโรงเรียนของผู้บริหารสถานศึกษา ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
คำสำคัญ:
-บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีศึกษาสาเหตุของความขัดแย้งในโรงเรียน ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ตามกรอบแนวคิด ของ Moore 5 สาเหตุและศึกษาพฤติกรรมการบริหารความขัดแย้งในโรงเรียนของผู้บริหารสถานศึกษา ตามกรอบแนวคิด ของ Howat & London 5 วิธี ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ 140 คน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน จำแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่ง และประสบการณ์ทำงาน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุของความขัดแย้ง ผู้ศึกษาได้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองและนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานจากนั้นนำเสนอข้อมูลด้วยตารางประกอบคำบรรยาย และในการค้นหาแนวทางการบริหารความขัดแย้งในโรงเรียนของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มผู้ให้ข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้ จำนวน 8 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง โดยเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องการบริหารสถานศึกษา ที่เป็นผู้มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป และมีประสบการณ์ในเรื่องการบริหารสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา จากบทสัมภาษณ์ สรุปสาระสำคัญ จากนั้นนำผลไปวิเคราะห์ แล้วนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลสรุปเนื้อหา ดังนี้ 1. สาเหตุของความขัดแย้งในโรงเรียน โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า รายการที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านข้อมูล และรองลงมา คือ ด้านค่านิยม ด้านผลประโยชน์ ด้านความสัมพันธ์ ตามลำดับ ส่วนรายการที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ได้แก่ ด้านโครงสร้าง 2. พฤติกรรมการบริหารความขัดแย้งในโรงเรียนของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า รายการที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ วิธีประนีประนอม และรองลงมา คือ วิธีการไกล่เกลี่ย วิธีเผชิญหน้า วิธีหลีกเลี่ยง ตามลำดับ ส่วนรายการที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุด ได้แก่ วิธีบังคับ 3. แนวทางการบริหารความขัดแย้งในโรงเรียนของผู้บริหารสถานศึกษา ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด คือ วิธีประนีประนอม โดยใช้หลักการเจรจาโน้มน้าว เพื่อถนอมน้ำใจคู่ขัดแย้ง ให้คู่ขัดแย้งได้เจรจาเพื่อทำให้เข้าใจความคิดของอีกฝ่าย ในการปรับความเข้าใจในประเด็นที่ขัดแย้งกัน และพิจารณาหาทางออกของปัญหาความขัดแย้งร่วมกันโดยให้มีผลกระทบกันให้น้อยที่สุด เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีเกิดขึ้นในองค์กร ทั้งนี้แนวทางการบริหารความขัดแย้งในโรงเรียนของผู้บริหารสถานศึกษา ควรเริ่มจากการหาสาเหตุของปัญหาความขัดแย้ง ด้วยการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเสียก่อน และหาวิธีจัดการกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมและรวดเร็ว ซึ่งไม่ควรเพิกเฉย หรือละเลย เพื่อมิให้ปัญหาความขัดแย้งนั้นรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งต้องสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา และไม่ควรใช้ความรู้สึกในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่ควรใช้หลักทฤษฎีความรู้ทางการบริหารในการจัดการกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี 2542 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 2545. กรุงเทพมหานคร. (2553). แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช. (2551). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงฯ.
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2556). เหตุแห่งความขัดแย้ง. กรุงเทพมหานคร: สถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา.
จิระพงศ์ ศุภศรี. (2552). ทักษะการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี. กรุงเทพมหานคร.
ชัยเสฏฐ์ พรหมศรี. (2550). คู่มือนักบริหารการจัดการแบบมืออาชีพ. กรุงเทพมหานคร. เอ็มเพรส.
ประนัดดา สุทธิกุล. (2552). การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต).มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.เลย.
พิพิธ สุวรรณสิงห์. (2550). การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต).มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. อุดรธานี.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 2. (2559). ทะเบียนข้อมูลสถิติเรื่องร้องเรียนงานบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 2 พ.ศ. 2559.เชียงราย: สำนักงานฯ.
อุเทน ทองสวัสดิ์. (2551). การศึกษาความขัดแย้งและวิธีการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดสกลนคร. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. สกลนคร.