แนวทางการบริหารงานวิชาการโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3
คำสำคัญ:
แนวทางการบริหาร, การบริหารงานวิชาการโรงเรียนบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัว ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัว และเพื่อหาแนวทางการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 โดยกลุ่มประชากร คือ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัว จำนวน 1 คน รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัว จำนวน 2 คน และครูโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัวจำนวน 43 คน การออกแบบการวิจัยใช้รูปแบบผสมผสานและเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับด้วยการหาค่าดัชนี IOC การระดมความคิดเห็นและการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ใน
การวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การศึกษาพบว่า
ผลการประเมินสภาพการบริหารงานวิชาการโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 พบว่า โดยภาพรวมทุกด้านของสภาพการบริหารงานวิชาการ มีสภาพการดำเนินงาน อยู่ในระดับปานกลาง (μ =3.38)
ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการบริหารงานวิชาการโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 พบว่า มีปัจจัยที่มีผลต่อ
การบริหารงานวิชาการ จำนวน 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารงานวิชาการโรงเรียน และปัจจัยสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานวิชาการโรงเรียน
ผลการศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการ และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการบริหารงานวิชาการโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 พบว่า มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัวควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาการบริหารงานวิชาการให้มีประสิทธิภาพการบริหารงานยิ่งขึ้น
แนวทางการบริหารงานวิชาการโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 ตามกระบวนการบริหารเชิงคุณภาพ จำนวน
6 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 2) ด้านการจัดการเรียนการสอน 3) ด้านการวัดและประเมินผล 4) ด้านการพัฒนาสื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา 5) ด้านการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน และ 6) ด้านการนิเทศการศึกษา
เอกสารอ้างอิง
กิตติศักดิ์ อังคะนาวิน. (2561). รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 1. วารสารวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มศว., 13(2), 17-30.
จรินทร อุ่มไกร. (2562). การพัฒนาสื่อดิจิทัลร่วมกับเทคโนโลยีความจริงเสริม โดยอาศัยการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ในรายวิชาคอมพิวเตอร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิชาการ, 5(2), 18-27.
จุฑามาส หงส์สอง. (2559). การจัดการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 7(2), 13-26.
ชาญชัย อาจินสมาจาร. (2556). การวางแผนธุรกิจ. กรุงเทพมหานคร: สถาบันเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการ.
ทัศนีย์ ศรีสวัสดิ์. (2555). การบริหารการวัดและประเมินผลการศึกษากับการปฏิบัติงานตามภารกิจการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ของสถานศึกษาในจังหวัดนครปฐม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 9. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พิชญ์ชาญ์ สุดทุม. (2559). แนวทางการพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ภัทราวดี มากมี. (2559). การออกแบบการวิจัยสำหรับการวิจัยแบบผสานวิธี. Journal of the Association of Researchers, 2(2), 19-31.
ยนต์ ชุ่มจิต. (2550). ความเป็นครู. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: โอ.เอส.พริ้นติ้ง.
ระพีพัฒน์ หาญโสภา. (2563). การพัฒนารูปแบบวิธีการป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง. วารสารธรรมทัศน์, 19(3), 215-229.
โรงเรียนบ้านใหม่หนองบัว. (2562). แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาระยะ 3 ปี. เชียงใหม่: สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3.
วีระยุทธ ชาตะกาญจน. (2560). การบริหารสถาบันการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ. นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช.
สุชาดา ถาวรชาติ. (2559). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 2. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารครุศาสตร์วิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.