การพัฒนาชุดการเรียนมัลติมีเดีย เรื่อง โฟนิกส์ เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
คำสำคัญ:
กิจกรรมการสอน, การอ่านออกเสียง , ชุดการเรียนมัลติมีเดียบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาชุดการเรียนมัลติมีเดีย เรื่อง โฟนิกส์ เพื่อส่งเสริมทักษะ
การอ่านภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านสะกดคำภาษาอังกฤษก่อนและหลังการใช้ชุดการเรียนมัลติมีเดีย เรื่อง โฟนิกส์ 3) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนและหลังการใช้ชุดการเรียนมัลติมีเดีย เรื่อง โฟนิกส์ 4) เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อชุดการเรียนมัลติมีเดีย เรื่อง โฟนิกส์
กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนเทศบาล 3 ศรีทรายมูล ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 31 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ชุดการเรียนมัลติมีเดียเรื่องโฟนิกส์ จำนวน 5 ชุด แผนการจัดการเรียนรู้ 15 แผน แบบวัดการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ 20 ข้อ แบบทดสอบการอ่านเพื่อความเข้าใจ 20 ข้อ และแบบประเมินเจตคติ 12 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การตรวจสอบประสิทธิภาพชุดการเรียนด้วย E1/E2 การทดสอบค่าทีของกลุ่มตัวอย่างหนึ่งกลุ่ม และการหาค่าความเที่ยงตรง ความยากง่าย อำนาจจำแนก และความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ ผลการวิจัยพบว่า
- ประสิทธิภาพของชุดการเรียนมัลติมีเดียฯ ตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 โดยหาประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) และหาประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) มีมีประสิทธิภาพเท่ากับ 76.26/75.81
- ผลการอ่านสะกดคำภาษาอังกฤษก่อนและหลังการใช้ชุดการเรียนมัลติมีเดียฯ มีคะแนนการอ่านสะกดคำภาษาอังกฤษก่อนเรียนร้อยละ 23.23 ค่าเฉลี่ย 4.65 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.08 และหลังเรียนร้อยละ 75.65 ค่าเฉลี่ย 15.13 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.65 แสดงว่าหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- ผลการทดสอบวัดทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนและหลังการใช้ชุดการเรียนมัลติมีเดียฯ มีคะแนนการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนเรียนร้อยละ 38.71 ค่าเฉลี่ย 7.74 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.49 และหลังเรียนร้อยละ 75.97 ค่าเฉลี่ย 15.19 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.54 แสดงว่าหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- ผลการประเมินเจตคติของนักเรียนที่มีต่อชุดการเรียนมัลติมีเดียฯ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.29 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.86
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย
โกวิทย์ ปิติพงศ์พล. (2563). การพัฒนาศักยภาพครูในการผลิตสื่อมัลติมีเดียด้วย Google Apps for Education เพื่อการจัดการเรียนรู้ในวิทยาลัยการอาชีพด่านซ้าย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต). สกลนคร. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. สืบค้นจาก https://gsmis.snru.ac.th/
โกเมณ ดกโบราณ. (2560). การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรื่อง ระบบสารสนเทศ สำหรับบุคลากรสายปฏิบัติการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต). ปทุมธานี. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. สืบค้นจาก http://www.repository.rmutt.ac.th/
ฉวีวรรณ วัฒนานุกิจ. (2565). การพัฒนานาชุดกจิกรรมการเรียนรู้ด้วยการสอนแบบโฟนิกส์เพื่อส่งเสริมการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง สระเสียงสั้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วารสารวิจัยรำไพพรรณี, 16(3), 14-22. สืบค้นจาก https://so05.tcihaijo.org/index.php/RRBR/article/view/262287
นฤมล ขันเบาะ. (2565). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการสร้างความรู้ด้วยตนเอง เรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (วิทยานิพนธ์ ครุศาสตร์มหาบัณฑิต). เชียงใหม่. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. สืบค้นจาก http://cmruir.cmru.ac.th/
กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว.
พิมภรณ์ พวงชื่น. (2562). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบโฟนิกส์ เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านออกเสียงและสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (การค้นคว้าอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต). พิษณุโลก. มหาวิทยาลัยนเรศวร. สืบค้นจาก http://www.edu.nu.ac.th/
วิจารณ์ พานิช. (2554). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ ๒๑. (พิมพ์ครั้งที่ 1). ฝ่ายโรงพิมพ์ บริษัท ตถาตา พับลิเคชั่น จำกัด: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์. สืบค้นจาก http://thesis.swu.ac.th/swuebook/h407867.pdf
ศิรินญา คำสอน. (2561). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง การอ่านออกเสียงคำเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่าน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (การค้นคว้าอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต). พิษณุโลก. มหาวิทยาลัยนเรศวร. สืบค้นจาก http://www.edu.nu.ac.th/
สินธุมาส อินนันชัย. (2562). การพัฒนาความสามารถด้านการออกเสียงค าศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยสื่อโฟนิกส์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6 โรงเรียนบ้านห้วยแม่เลี่ยม ผ่านจอยลี่โฟนิกส์แอพพลิเคชั่น (การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). พะเยา. มหาวิทยาลัยพะเยา. สืบค้นจาก https://updc.up.ac.th/
Mishra, S. & Sharma, C. R. (2004). Interactive Multimedia in Education and Training (1st ed.). India Idea Group Publishing.
Perez-Lopez, David; Contero, Manuel. (2013). Delivering Educational Multimedia Contents through an Augmented Reality Application: A Case Study on Its Impact on Knowledge Acquisition and Retention. Turkish Online Journal of Educational Technology - TOJET, 12(4), 19-28. Retrieved from https://eric.ed.gov/?id=ej1018026
Sukhendu Mukherjee. (2018). Role of Multimedia in Education. Edelweiss Applied Science and Technology, 2(1), 245-248. Retrieved from file:///C:/Users/Acer/Downloads/EAST-18-1492(1)245-248.pdf
M.D. Abdulrahaman, N. Faruk, A.A. Oloyede, N.T. Surajudeen-Bakinde, L.A. Olawoyin, O.V. Mejabi, Y.O. Imam-Fulani, A.O. Fahm, A.L. Azeez. (2020). Multimedia tools in the teaching and learning processes: Asystematic review. Published by Elsevier Ltd, 6(11), 1-14. Retrieved from https://www.cell.com/heliyon/fulltext/S2405-8440(20)32155-1
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารครุศาสตร์วิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.