การศึกษาประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กร ของมหาวิทยาลัยมหิดล

Main Article Content

นนท์หทัย วรวงศ์ไกรศรี

บทคัดย่อ

 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมการเลือกใช้ช่องทางการสื่อสารภายในองค์กรของบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดล 2) ศึกษาระดับประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กรของมหาวิทยาลัยมหิดล 3) เปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กรของมหาวิทยาลัยมหิดลจำแนกตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ อันได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และตำแหน่งงาน 4) ศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการสื่อสารภายในองค์กรของมหาวิทยาลัยมหิดล 5) หาแนวทางการสื่อสารภายในองค์กรของมหาวิทยาลัยมหิดลที่มีประสิทธิภาพ การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสานวิธี โดยเริ่มต้นจากการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ โดยกำหนดผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการ ศึกษาครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้บริหาร (สายบริหาร) อาจารย์ประจำ (สายวิชาการ) และเจ้าหน้าที่ (สายสนับสนุน) หลังจากนั้นเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามในการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กรมหาวิทยาลัยมหิดล โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหาร (สายบริหาร) อาจารย์ประจำ (สายวิชาการ) และเจ้าหน้าที่ (สายสนับสนุน) จำนวน 418 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ (stratified random sampling) ผลการวิจัยสรุปได้ว่า


  1. 1. พฤติกรรมการเลือกใช้ช่องทางการสื่อสารภายในองค์กรของบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดลในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาจำแนกตามประเภทของสื่อหรือช่องทาง พบว่า กลุ่มตัวอย่างเลือกใช้สื่อบุคคลมากเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อสิ่งพิมพ์ตามลำดับ

  2. ความคิดเห็นที่มีต่อประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กรของมหาวิทยาลัยมหิดลในภาพรวม พบว่า ระดับประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กรอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า ผู้ส่งสารมีประสิทธิภาพเป็นอันดับที่ 1 รองลงมาคือ ข้อมูลข่าวสาร ผู้รับสาร ช่องทางการสื่อสาร และการบริหารงานภายในองค์กรตามลำดับ

  3. ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า

3.1  อายุ ประสบการณ์การทำงาน ตำแหน่งงานที่แตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กรของมหาวิทยาลัยมหิดลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05


3.2  เพศและระดับการศึกษาที่แตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กรของมหาวิทยาลัยมหิดลไม่แตกต่างกัน


  1. ปัญหาและอุปสรรคการสื่อสารภายในองค์กรของมหาวิทยาลัยมหิดล แบ่งออกเป็น 2 ปัญหาหลักๆ คือ 1) ปัญหาที่เกิดจากกระบวนการสื่อสาร 2) ปัญหาที่เกิดจาก การบริหารงานภายในองค์กร โดยผลวิเคราะห์จากข้อมูลเชิงปริมาณพบว่า ปัญหาและอุปสรรคการสื่อสารภายในองค์กรในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง

  2. แนวทางการสื่อสารภายในองค์กรของมหาวิทยาลัยมหิดลที่มีประสิทธิภาพ แบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลักๆ คือ 1) แนวทางด้านกระบวนการสื่อสาร ได้แก่ ผู้ส่งสารควรพัฒนาทักษะการสื่อสารและจิตสำนึกให้มีใจบริการ ตัวข้อมูลข่าวสารควรปรับให้สารมีความเข้าใจง่ายชัดเจน กระชับ ต้องเป็นข้อมูลข่าวสารที่มีแหล่งที่มาเชื่อถือได้ สื่อ/ช่องทางควรเพิ่มช่องทางการสื่อสาร เลือกใช้ช่องทางที่เหมาะกับผู้รับสารและควรเลือกใช้ช่องทางการสื่อสารที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ส่วนตัวผู้รับสารนั้น ควรเปิดใจเพื่อรับรู้ข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการรับสารและการตีความหมายไปด้วย 2) แนวบริหารงานภายในองค์กร ได้แก่ ผู้นำองค์กรควรมีการวางแผนการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร และต้องชี้แจงนโยบายให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังควรต้องพัฒนาจิตสำนึกรักและภักดีต่อองค์กร ที่สำคัญต้องมีการติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานให้มากขึ้นกว่าเดิมและผู้นำองค์กรควรสานต่อนโยบายการบริหารให้มีความต่อเนื่องด้วย

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ขนิษฐา ปาลโมกข์. (2546). การสื่อสารของบุคลากร สถาบันราชภัฏสวนดุสิต. กรุงเทพฯ : สำนักกิจการพิเศษ สถาบันราชภัฏสวนดุสิต.
ธงชัย สันติวงษ์ และชนาธิป สันติวงษ์. (2542). องค์การกับการสื่อสาร. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
บุญคลี ปลั่งศิริ. (2548). วัฒนธรรมองค์กร. กรุงเทพฯ : ประชาชาติธุรกิจ.
ผุสดี นวลเดช. (2548). ศึกษาเรื่องความคิดเห็นของพนักงานต่อประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กรข้ามชาติ : กรณีศึกษาบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง. วิทยานิพนธ์การจัดการมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
สุธา พงศ์ถาวรภิญโญ และคณะ. (2548). หลักการสื่อสารองค์กร. กรุงเทพฯ : ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
เสนาะ ติเยาว์. (2544). หลักการบริหาร. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อมรรัตน์ แขวงโสภา. (2548). ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของข้าราชการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.). สารนิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.