การจัดทำแหล่งท่องเที่ยวใต้ทะเลเพื่อกิจกรรมการดำน้ำลึก : เรือหลวงสัตกูด เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้จัดทำโดยคณะทำงาน ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการศึกษาเรือหลวงสัตกูดเพื่อจัดทำแหล่งท่องเที่ยวใต้ทะเล และเป็นกิจกรรมการดำน้ำลึกของเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีระยะเวลาทำงานตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554 จนถึง เดือนมกราคม 2557 เป็นระยะเวลา 31 เดือน เพื่อหาเทคนิควิธีการในการจัดตั้งเรือให้เหมาะสม ศึกษาการใช้ประโยชน์ และเพื่อการศึกษากลุ่มสัตว์เกาะติดและปลา ผลการศึกษากำหนดให้เรือหลวงสัตกูดวางบริเวณทิศตะวันตกของเกาะเต่า ทางทิศใต้ของกองหินขาว ที่ระดับความลึกสูงสุด 27 - 28 เมตร จากผลการศึกษาด้วยแบบสอบถามจำนวน 100 ชุด พบว่า นักดำน้ำและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในบริเวณเกาะเต่า มีความพึงพอใจมาก มีคนใช้ประโยชน์มากกว่า 100 คนต่อวัน ในส่วนของการศึกษากลุ่มสัตว์เกาะติด พบทั้งหมด 6 ไฟลัม 19 ชนิด มีกลุ่มปะการังเป็นสัตว์เกาะติดชนิดเด่น โดยปะการังดำ (Antipathes sp.) เป็นสัตว์เกาะติดที่มีความสำคัญ บริเวณทั่วทั้งเรือหลวงสัตกูดมีปะการังดำขึ้นมากกว่า 15,000 ต้น กลุ่มของปลามีทั้งหมด 15 ครอบครัว 27 ชนิด โดยแบ่งเป็นปลาผิวน้ำ พบปลากล้วยฟ้าหลังเหลือง (Caesio teres) และปลาหน้าดิน พบปลาสลิดหินเล็กสีเทา (Neopomacentrus cyanomos) เป็นชนิดเด่น ข้อเสนอแนะในการนำเรือมาจัดทำเป็นแหล่งดำน้ำลึก ได้แก่ ไม่ควรทาสีเรือ และให้ความสำคัญกับพื้นผิวในแนวตั้งของเรือ เนื่องจากเป็นบริเวณที่สัตว์เกาะติดมีการลงเกาะอย่างหนาแน่น การศึกษาในเรื่องสัตว์เกาะติดควรเริ่มตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป และทำอย่างต่อเนื่อง ควรมีการศึกษาการใช้ประโยชน์และประเมินความสำเร็จ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นลินี ทองแถม, ไพทูล แพนชัยภูมิ และสมหญิง พ่วงประสาน. (2546). การฟื้นฟูแนวปะการังในทะเลอันดามันของประเทศไทย. เอกสารเผยแพร่ลำดับที่ 1. สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง.
ปิ่นสักก์ สุรัสวดี. (2551). องค์ความรู้ปะการังเทียมของประเทศไทย. เอกสารเผยแพร่สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ฉบับที่ 36. กรุงเทพฯ : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
พิสดาร์ รุ่งเรืองทองทวี. (2557). การประเมินชนิดและปริมาณของสัตว์เกาะติดบนเรือหลวงสัตกูดเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วิทยานิพนธ์วิทยาศาตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2557). รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) โครงการศึกษาและพัฒนาการนำเรือรบหลวงมาใช้เพื่อจัดทำแหล่งท่องเที่ยวใต้ทะเล จังหวัดชุมพรและจังหวัดสุราษฎร์ธานี. ใน ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, บรรณาธิการ. คณะประมง, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.
สุชาย วรชนะนันท์. (2553). รายงานการวิจัย เรื่อง วิธีการจัดการการใช้ประโยชน์ จากแหล่งดำน้ำเพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน: การศึกษาเปรียบเทียบความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและมุมมองของนักดำน้ำต่อจุดดำน้ำธรรมชาติ และจุดดำน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น ม.ค. 53. คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
English, S., C. Wilkinson and V. Baker (eds.). (1994). Survey Manual for Tropical Marine Resources ASEAN - Australia Marine Science Project : Living Coastal Resources. Australian Institute of Marine Science. 368.
Pongsuwan, N., H. Chansang. and U. Satapoomin. (1993). Colonization of fouling communities and associated fauna on artificial reef at Ranong Province, Thailand. The Seminar on Fisheries 1993. Phuket Marine Biological Center, Department of Fisheries. 217 - 228.
Ponti M., M. Abbiati and V.U. Ceccherelli. (2002). Drilling plat forms as artificial reefs: distribution of macrobenthic assemblages of the “Paguro” wreck (northern Adriatic Sea). ICES J. Mar. Sci. 59 : S316 - S323.
Satapoomin, U. (1993). Fish assemblages on artificial reef in Ranong province, Thailandcompared to natural rocky and coral habitats. Proceeding the seminar on fisheries 1993. Department of fisheries. 229 - 247
Satapoomin, U. (1994). Fish aggregation at the artificial reefs, in Ranong Province, Thailand. In The effectof artificial reef installation on the biosocioeconomics of small-scale fisheries in RanongProvince,Thailand, pp. 29-49. Madras: Nagaraj& Co, Madras.