แนวคิดสตรีนิยม : การสื่อสารเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของสตรีในการพัฒนาท้องถิ่น

Main Article Content

อรอนงค์ โฆษิตพิพัฒน์

บทคัดย่อ

บทความเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะแสดงให้เห็นว่า ท่ามกลางกระแสสังคมในยุคหลังสมัยใหม่ ที่กำลังเป็นปรากฏการณ์และรื้อถอนของแนวคิดสตรีนิยมแบบเดิม โดยสาระสำคัญของการรื้อถอน คือ ผู้หญิงไม่ต้องตกอยู่สภาวะความเป็นรองของผู้ชาย หรือช้างเท้าหลัง และเป็นทางเลือกใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม คือ การอธิบายได้ว่าตามแนวคิดสตรีนิยมที่ได้รับจากประเทศตะวันตก กำลังปรับโดยกระแสโลกในยุคปัจจุบันเป็นโลกแห่งเทคโนโลยี และการสื่อสารที่ไร้พรมแดนซึ่งเป็นสื่อสมัยใหม่ ที่เรียกกันว่าสื่อดิจิตอลแห่งยุคเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน ทำให้การปรากฏตัวของสตรีในยุคเดิมๆ เข้าสู่สตรีในยุคหลังสมัยใหม่ พร้อมทั้งการผลักดันตนเองและการเข้าไปสู่ “ที่สาธารณะ” ในสื่อสมัยใหม่ที่เรียกกันว่าห้องสนทนา แต่ยังคงแฝงความเป็นหญิงในท่ามกลางยุคสื่อสมัยใหม่ ที่เห็นได้ชัดจากมิติใหม่ ของครอบครัว หรือในอุดมการณ์ใหม่บนร่องรอยอุดมการณ์เก่า ความเป็นหญิงที่ยังคงมีบทบาทความเป็นแม่ที่ดี ในขณะที่การต่อสู้ในบทบาทการทำงานบนพื้นที่ของผู้ชายอย่างพื้นที่ทางการเมือง และความสามารถของความเป็นหญิง การสร้างเครือข่ายในการสื่อสารที่ดี การแสดงออก การสร้างความมั่นใจ สร้างความเป็นผู้นำ ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อให้ความเป็นผู้หญิงมีคุณค่ามากกว่าเดิม และพร้อมที่จะยกระดับจิตสำนึก

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กนกพรรณ วิบูลยศริน. (2545). การเปรียบเทียบภาพตัวแทนของผู้หญิงสมัยใหม่และหลังสมัยใหม่ในภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์อเมริกัน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. สาขาวิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว. (2560). ยุทธศาสตร์การพัฒนาสตรี พ.ศ. 2560-2564. กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว. กรุงเทพฯ : กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์.
กฤษฎา ศรีปราณ. (2556). อุปสรรคการเข้าสู่เส้นทางการเมืองของผู้หญิงในสังคมไทย : กรณีศึกษานักการเมืองหญิงไทย 6 ท่าน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. สาขาวิชาสตรีศึกษา วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
กาญจนา แก้วเทพ. (2541). สตรีศึกษา. โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
กำจร หลุยยะพงศ์. (2544). ครอบครัวกับความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยน?. ในสตรีศึกษา2. กรุงเทพฯ. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมประสานงานสตรีแห่งชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี.
จุรี วิจิตรวาทการ. (2553). สตรีและเยาวชนศึกษากับการสร้างบ้านแปงเมือง. ใน มาลี พฤกษ์พงศาวลี (บก.)ม สตรีและเยาวชนศึกษา (1-15) กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ผุสดี ตามไทย. (2551). กรอบกฎหมาย : สิ่งเอื้ออำนวยให้ผู้หญิงเดินเข้าสู่การเมืองมากกว่าที่ผ่านมา. อ้างใน สตรีกับการเมือง : ความเป็นจริง พื้นที่ทางการเมือง และการขับเคลื่อน. กรุงเทพฯ : วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า.
เมทินี พงษ์เวช. (2541). ผู้หญิง บนเส้นทางแห่งอำนาจและการตัดสินใจ. กรุงเทพฯ : สถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและพัฒนา.
รุ่งนิภา เหลียง. (2561). สตรีกับการศึกษาในทัศนะของเพลโต. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร, 38(3), 1-14.
วารุณี ภูริสินสิทธิ์. (2545). สตรีนิยม : ขบวนการและแนวคิดทางสังคมแห่งศตวรรษที่ 20. กรุงเทพฯ : ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สถาบันพระปกเกล้า. (2551). สตรีกับการเมือง : ความจริงเรื่องพื้นที่ทางการเมืองและการขับเคลื่อน. กรุงเทพฯ : วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น
Beasley, Chris. (1999). What is Fiminism?. London : Sage Publications.
Durkop, M. (2017). Erscheinungsformendes Antisemitismus im Bund Deutscher Frauenvereine. Feministische Studien. 3(1), 140-164.
Linda, L. (2005). Qualities of woman leaders the unique leadership characteristics of women. Princeton: Princeton University Press.
Lowe, M & Margaret, B. (1991). “The Uneasy Alliance of Feminism and Academia” in A Reader in Feminist Knowledge. S. Gunew., Ed. London and New York: Routledge.
Mariarosa, .D. C. (2012). “Womenandthe Subversionof the Community”. The Commoner, issue 15 (Winter 2012), pp. 23-69.