รูปแบบการสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติการทางสุขภาพกับผู้ป่วยระยะสุดท้ายในบริบทประเทศไทยและต่างประเทศ

Main Article Content

เบญจวรรณ นันทชัย
กอปรกมล ศรีภิรมย์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์รูปแบบการสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติการทางสุขภาพกับผู้ป่วยระยะสุดท้ายในบริบทประเทศไทยและต่างประเทศ ศึกษาจากบทความวิจัยต่างประเทศที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการที่ปรากฏในฐานข้อมูล Science Direct ระหว่าง พ.ศ. 2550 - 2558 จำนวน 10 ชื่อเรื่องและเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารกับผู้ป่วยระยะสุดท้ายในประเทศไทย และจำนวน 10 ชื่อเรื่อง จากวารสารต่างประเทศ ทฤษฎีที่ใช้เป็นกรอบแนวคิดการวิจัย คือ ทฤษฎี  วัจนกรรม ทฤษฎีการดูแลมนุษย์และทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบวิเคราะห์รูปแบบการสื่อสารระหว่าง ผู้ปฏิบัติการทางสุขภาพกับผู้ป่วยระยะสุดท้าย เจาะจงเฉพาะวัจนกรรมสื่อความหมายตามคำตรงและวัจนกรรมปฏิบัติที่จำแนกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบอกกล่าว กลุ่มชี้นำ กลุ่มแสดงความรู้สึก กลุ่มผูกมัดและกลุ่มแถลงการณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า ผู้ปฏิบัติการทางสุขภาพในประเทศไทยใช้วัจนกรรมสื่อความหมายตามคำตรงมากกว่าผู้ปฏิบัติการทางสุขภาพต่างประเทศ ร้อยละ 64.90 และผู้ป่วยระยะสุดท้ายในต่างประเทศใช้วัจนกรรมปฏิบัติในกลุ่มแสดงความรู้สึกมากที่สุด ร้อยละ 60.01  ส่วนกลุ่มบอกกล่าวและกลุ่มชี้นำมีระดับใกล้เคียงกันทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ กลุ่มวัจนกรรมที่พบน้อยที่สุดและไม่ปรากฏเลย คือ วัจนกรรมกลุ่มผูกมัดและกลุ่มแถลงการณ์

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิติพล นาควิโรจน์. (2555). แนวทางการพูดคุยกับผู้ป่วยระยะสุดท้าย [ออนไลน์]. ค้นเมื่อ 25 ธันวาคม 2559 จาก http://med.mahidol.ac.th/fammed/th/ postgrad/doctor palliative5th.
จิตชญา บุญนันท์ และปรางทิพย์ ฉายพุทธ. (2552). บทบาทพยาบาลในการสื่อสารเรื่องไม่พึงประสงค์หรือแจ้งข่าวร้ายในผู้ป่วยมะเร็ง. วารสารสภาการพยาบาล, 24 (3), 7-19.
ชิษณุ พันธุ์เจริญ. (2553).การสื่อสารสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย [ออนไลน์]. ค้นเมื่อ 25 ธันวาคม 2559 จาก http://www.chulacc.com/forum/index. php?topic =438.0.
ดาริน จตุรภัทรพร. (2554). สุข รัก เข้าใจในช่วงสุดท้ายของชีวิต (Palliative care). กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง.
ทัศนา บุญทอง. (2554). ทฤษฎีพื้นฐานทางการพยาบาลจิตเวช. เอกสารการสอนชุดวิชากรณีเลือกสรรการพยาบาลมารดาทารกและการพยาบาลจิตเวช หน่วยที่ 1-7. นนทบุรี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
บังอร ไทรเกตุ. (บรรณาธิการ). (2556). การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ.
วราภรณ์ คงสุวรรณและ คณะ. (2557). อุปสรรคในการดูแลผู้ป่วยวิกฤตใกล้ตายที่ห้องฉุกเฉิน: ประสบการณ์ของพยาบาล. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์, 34 (3), 97-108.
สันต์ หัตถีรัตน์. (2551). การดูแลผู้ป่วยให้ “ตายดี” (10) ภาคผนวก : สุดยอดแห่งชีวิต [ออนไลน์]. ค้นเมื่อ 22 ธันวาคม 2559 จาก https://www.doctor.or. th/clinic/detail/9343.
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. (2552). ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2552 . นนทบุรี: วิกิ.
สุพัตรา ศรีวณิชชากร. (2553). การดูแลและเยียวยาด้วยหัวใจและศรัทธา. วารสารบริการปฐมภูมิและเวชศาสตร์ครอบครัว, 2(5), 4-6.
แสวง บุญเฉลิมวิภาส. (2553). กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือเพื่อยุติการทรมานจากการ เจ็บป่วย. กรุงเทพฯ: ศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย. (2545). การพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช. กรุงเทพฯ : ด่านสุทธาอัมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด.
Almack, Cox, Moghaddam, Pollock and Seymour. (2012). after you: conversations between patients and healthcare professionals in planning for end of life care [Online]. Retrieved on 14 November, from: http://www.biomedcentral.com/1472-684X/11 /15.
Austin, J. L. (1962). How to do things with words [Online]. Retrieved on 20 September 2016, from: http://www.hup.harvard.edu/catalog. php?isbn=97806748527 16.
Balzer- Riley. (2012). Communication in Nursing. St. Louis. Mosby.
Bélanger, Rodríguez, Groleau, Légaré4, Macdonald and Marchand. (2014). initiating decision-making conversations in palliative care: an ethnographic discourse analysis [Online]. Retrieved on 14 November 2016, from: http://bmcpalliatcare.biomedcentral.com/ articles/10.1186/1472-684X-13-63.
Cherry, Kendra. (2016). 18 Common defense mechanisms used for anxiety [Online]. Retrieved on 23 December 2016, from: https:// www.verywell. com/de fense-mechanisms-2795960.
Johnston, S. (2006). Nurses’ and patients’ perceptions of expert palliative nursing care [Online]. Retrieved on 12 December 2016, from: http://online library.wiley.com/doi/10.1111/j.1365-2648.2006. 03857.x/abstract.
Kübler, R. (1969). The 5 stages of grief and loss [Online]. Retrieved on 12 August 2016, from: http://psychcentral.com/lib/the-5-stages-of-loss-and-grief/.
Maslow, A. (1954). Maslow's hierarchical theory of motivation [Online]. Retrieved on 16 November 2016, From: http://www.edpsyc interactive. org/topics/ conation/maslow.html.
Searle, J. R., Vanderveken Daniel. (1969). Introduction to the theory of speech acts of John Searle & foundations of illocutionary logic [Online]. Cambridge University Press. Retrieved on 20 September 2016, from: http://www.u qtr.uquebec.ca/~vandervk/05_Searle_ vanderveken. pdf.
Skulason, Hauksdottir A., Ahcic K. and Helgason AR. (March11, 2014). Death talk: gender differences in talking about one's own impending death [Online]. Retrieved on 11 October 2016, from: https:// bmcpalliatcare.biomedcentral.com/articles/10.../1472-684X-13-8.
Watson, J. (2008). Nursing: The philosophy and science of caring [Online]. Retrieved on 11 November 2016, from: https://www. watsoncaringscience.org/files/Cohort%206/watsons-theory-of-hu man-caring-core-concepts-and-evolution-to-caritas-processes-handout.pdf.
World Health Organization. (2014). WHO’s Definition of palliative care [Online]. Retrieved on 11 November 2016, from: http://www.who. int/cancer/palliative/en/.