ปัจจัยทำนายการเรียนรู้แบบนำตนเองในการเรียน รายวิชากายวิภาคศาสตร์ของนักศึกษาพยาบาล มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย

Main Article Content

ศุภามณ จันทร์สกุล
พันตำรวจโทหญิง อังธนา จุลสุคนธ์
ฑิตยา สิทธิโสภาสกุล

บทคัดย่อ

     การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ คุณภาพการสอนของอาจารย์ และการเรียนรู้แบบนำตนเองในการเรียนรายวิชากายวิภาคศาสตร์ของนักศึกษาพยาบาลมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย และ         2) ศึกษาแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์และคุณภาพการสอนของอาจารย์ที่ร่วมกันทำนายการเรียนรู้แบบนำตนเองในการเรียนรายวิชากายวิภาคศาสตร์ของนักศึกษาพยาบาลมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจงกำหนดคุณสมบัติเป็นนักศึกษาพยาบาลที่เคยลงทะเบียนเรียน ได้ศึกษาและมีเกรดรายวิชากายวิภาคศาสตร์ในหลักสูตรพยาบาลศาสตร์บัณฑิต (ฉบับปรับปรุงปี 2559) มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชียและมีความสมัครใจเข้าร่วมการวิจัยในครั้งนี้ เก็บข้อมูลจากนักศึกษาจำนวน 152 คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับประกอบด้วย แบบสอบถามแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ แบบสอบถามคุณภาพการสอน และแบบสอบถามการเรียนรู้แบบนำตนเองที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเอง คุณภาพของเครื่องมือมีความตรงเชิงเนื้อหาโดยข้อคำถามทุกข้อมี IOC มากกว่า 0.6 และมีค่าความเที่ยงสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาคเท่ากับ 0.950, 0.981 และ 0.942 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และวิเคราะห์ถดถอย


     ผลวิจัยพบว่าแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และคุณภาพการสอนของอาจารย์มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเรียนรู้แบบนำตนเองในรายวิชากายวิภาคศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติผลการวิเคราะห์ถดถอยพบว่า แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และคุณภาพการสอนของอาจารย์ สามารถทำนายการเรียนรู้แบบนำตนเองในรายวิชากายวิภาคศาสตร์ของนักศึกษาพยาบาล มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชียได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีสัมประสิทธิ์การทำนายเมื่อปรับค่าความลำเอียงโดยสามารถทำนายได้ถูกต้องร้อยละ 72.4 สมการทำนายดังนี้



สมการในรูปคะแนนมาตรฐาน = .734 Ach.mo. ** + .153 Teach*



 

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กมลทิพย์ ขลังธรรมเนียม, วนิดา ดุรงค์ฤทธิชัย และ หทัยชนก บัวเจริญ, (2560). ประสิทธิผลของการจัดการเรียนการสอนแบบนำตนเอง เพื่อสร้างการเรียนรู้รอบด้านรายวิชาปฏิบัติการพยาบาล อนามัยชุมชน : กรณีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. วารสาร มฉก.วิชาการ, 20(40), 41-52.
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2555). การใช้ SPSS for Windows ในการวิเคราะห์ข้อมูล.
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


กาญจนา เลิศถาวรธรรม, กรรณิการ์ กิจนพเกียรติ และ อรพิน สว่างวัฒนเศรษฐ์. (2557). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์บัณฑิต วิทยาลัยบรมราชชนนี ราชบุรี. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 7(4), 13-24.
ชุติพร จริตงาม และ จิราจันทร์ คณฑา. (2553). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาพยาบาลระหว่างกลุ่มที่ เรียนแบบบรรยาย เรียนบนเว็บและเรียนแบบบรรยายร่วมกับเรียนบนเว็บ. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 4(2), 29-35.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2555). วิธีการที่ถูกต้องและทันสมัยในการกำหนดขนาดตัวอย่าง [เอกสารไม่ได้ตีพิมพ์]. สำนักงานวิจัยแห่งชาติ.
บังอร ฉางทรัพย์, สุภาภรณ์ วรรณภิญโญชีพ, ภาสินี สงวนสิทธิ์ และ อมรรัตน์ โตทองหล่อ. (2560). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชากายวิภาคศาสตร์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องระหว่างนักศึกษาที่เรียนโดยวิธีการประยุกต์ใช้เทคนิคเอไอซีและวิธีเรียนแบบปกติ. วารสาร มฉก. วิชาการ, 20(40), 29-39.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). สุรีวิทยาสาส์น.
พงษ์ศักดิ์ ซิมมอนด์ส. (2560). การทดสอบขอตกลงเบื้องตนของการวิเคราะหการถดถอยเชิงเสนตรง Linear Regression Analysis Primary Agreement’s Test. วารสารวิจัยและพัฒนาหลักสูตร, 7(2), 20-37.
พิสิฐ แสงอนันตการ, มัลลิกา กลิ่นมิ่ง, เขมิสา ศรีเสน และ รัชนี ชนะสงค์. (2558). ผลของการจัดการเรียนรู้โดยการดัดแปลงวิธีใช้เพื่อนช่วยสอน (Peer Tutoring) ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนิสิตหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพยาธิวิทยาชั้นปีที่ 2. นเรศวรวิจัย ครั้งที่ 12: วิจัยและนวัตกรรมกับการพัฒนาประเทศ.nu.ac.th/nrc12/downloadPro.php?pID=329&file=329.pdf
มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย. (2559). หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๕๙.https://www.eau. ac.th.
มหาวิทยาลัยศรีปทุม.(2561).ตัวบ่งชี้คุณภาพการสอนของอาจารย์. https://www.spu. ac.th.
มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย.(2561).ตัวบ่งชี้คุณภาพการสอนของอาจารย์. https://www.eau.ac.th.
วัลภา ศรีบุญพิมพ์สวย. (2557). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง ของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 7(4), 78-91.
วิภาดา คุณาวิกติกุล.(2558). การเรียนการสอนสาขาพยาบาลศาสตร์ ในยุคศตวรรษที่ 21. พยาบาลสาร, 42(2), 152-156.
วีรพันธุ์ ศิริฤทธิ์, ไพทูรย์ ยศกาศ และ กัณฑรัตน์ เหล็กแก้ว.(2560).การทำนายผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชากายวิภาคศาสตร์ของนักศึกษาปริญญาตรีวิทยาลัยเชียงราย ด้วยการวิเคราะห์การจำแนกและโครงข่ายประสาทเทียม. Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 10(2), 938-949.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2556). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม(พิมพ์ครั้งที่ 7). โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิวะพร ภู่พันธ์. (2548). ปัจจัยที่เป็นสาเหตุและผลของความพร้อมในการเรียนรู้แบบนำตนเองของนักเรียนชั้นมัธยม. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].
อัญชลี ชุ่มบัวทอง, เมตตา โพธิ์กลิ่น, รังสิมา ใช้เทียมวงศ์, จันเพ็ญ บางสำรวจ และ บังอร ฉางทรัพย์. (2556). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา 1 ของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 1 ระหว่างการสอนปกติและการสอนปกติร่วมกับการทำสรุปย่อและแผนที่ความคิด. วารสาร มฉก. วิชาการ, 17(33), 67-82.
ฤทัยรัตน์ ชิดมงคล และ เปรมฤดี บริบาล. (2555). ปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของนักศึกษาพยาบาลวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 22(1), 98-108.
Ayyildiz, Y & Tarhan, L. (2015). Development of the self-directed learning skills scale. International Journal of Lifelong Education, 34(6), 663-679.
Guglielmino, L.M. (1997). Reliability and validity of the Self-Directed Learning Readiness Scale and the Learning Preference Assessment. Public Managers Center, College of Education, University of Oklahoma.
Hinkle, D.E. (1998). Applied Statistics for the Behavioral Sciences. Houghton Mifflin.
Moore, L.L. , Grabsch, D. K., Rotter C. (2010). Using Achievement Motivation Theory to Explain Student Participation in a Residential Leadership Learning Community. Journal of Leadership Education, 9(2), 22-34.