การศึกษาการนำนาฏศิลป์ไทยมาบูรณาการกับการออกกำลังกาย: กรณีศึกษากลุ่มไทยฟิต

ผู้แต่ง

  • ณัฐพร เพ็ชรเรือง สาขาวิชานาฏศิลป์และการละคร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

คำสำคัญ:

นาฏศิลป์ไทยกับการออกกำลังกาย, การบูรณาการ, ไทยฟิต

บทคัดย่อ

     งานวิจัยเรื่องการศึกษาการนำนาฏศิลป์ไทยมาบูรณาการกับการออกกำลังกาย: กรณีศึกษากลุ่มไทยฟิต มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการการนำนาฏศิลป์ไทยมาบูรณาการกับการออกกำลังกายของกลุ่มไทยฟิต  และเพื่อวิเคราะห์กระบวนท่านาฏศิลป์ไทยของกลุ่มไทยฟิตกับรูปแบบการออกกำลังกาย  โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงเอกสาร การสัมภาษณ์  การสังเกตการณ์ และสื่อสารสนเทศ

    ผลการวิจัยพบว่า 1.การศึกษากระบวนการการนำนาฏศิลป์ไทยมาบูรณาการกับการออกกำลังกายของกลุ่มไทยฟิต ประกอบด้วย กระบวนการเริ่มต้น เริ่มต้นจากความรู้ทางด้านดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทยและความรู้ทางด้านกายภาพของผู้ก่อตั้งและผู้ร่วมก่อตั้งไทยฟิต ลำดับถัดมาเป็นกระบวนการสร้างและพัฒนา คือการทดลองคลาสเรียน การออกแบบเพลง การตรวจสอบกระบวนท่า การฝึกฝน และการถ่ายทอดคลาสออกกำลังกาย และต่อมาเป็นกระบวนการผลิต เป็นขั้นตอนการสร้างแบรนด์และการผลิตครูนำคลาสออกกำลังกาย ส่วนการบูรณาการเป็นการนำความรู้ด้านนาฏศิลป์ไทยที่ประกอบด้วยประเภทนาฏศิลป์ไทย ท่ารำ เพลง และเครื่องแต่งกายมาบูรณาการกับการออกกำลังกายที่ประกอบด้วยองค์ประกอบสมรรถภาพทางกาย ขั้นตอนการออกกำลังกาย เพลง และการแต่งกาย  2. กระบวนท่านาฏศิลป์ไทยของกลุ่มไทยฟิตประกอบด้วย รำแบบมาตรฐาน (Thai Myth) รำพื้นบ้าน (Thai Folk) และ ศิลปะป้องกันตัวและโขน (Thai Martial Arts) มีความสัมพันธ์กับการออกกำลังกาย 2 ประเด็น ได้แก่ 1) องค์ประกอบสมรรถภาพทางร่างกายหรือสมรรถภาพทางกาย (Physical fitness) และ 2) รูปแบบการออกกำลังกายประเภทแอโรบิก และเป็นการออกกำลังกายแบบปลอดแรงกระแทกตามการออกกำลังกายแบบการเต้นแอโรบิก

เอกสารอ้างอิง

Lamnak, P and C. (2022). Physical Exercise Development using Thai Classical Dance for Grade 12 Students at Wat Phrasrimahadhat Secondary Demonstration School, Phranakhon Rajabhat University. Journal of Interdisciplinary Research and Educational Innovation. 1(1), page 29-42. Retrieved from https://so08.tcithaijo.org/index.php/JIREI/article/view/171/183 (in Thai).

Nawai, A., Ampansirirat, A., Kosanpipat, P., Fujai, S., Phongphanngam, S., & Boromarajonani College of Nursing. (2020). Development of a Fon Jeng Exercise Model to Promote Physical Fitness and Psychological Well-Being Among Community-Dwelling Older Adults with Knee Pain. Journal of Social Science and Buddhistic Anthropology. 5(10), page 266-285. Retrieved from https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSBA/article/view/245751/167258

Ongthong, T. (2022). The Creation of Picture Book, Titled “Khon : The Intangible Cultural Heritage of Humanity” for Hearing Impaired Youths. Sukhothai Thammathirat Open University Journal. 35(1), page 68-85. Retrieved from https://so05.tci-thaijo.org/index.php/stouj/article//view/255918

Paladbang, J. (2013). Aerobic Dance 1. Bangkok : R T P Printing.

Permsirivanich, W. (2004). Exercise for Health and Diseases. Songkhla : Chanmuang Press.

Thatthong, K. (2007). Integrated Teaching Design. Bangkok : Phetkasem Printing Group.

Upparamai, V. (2021). Dance promotes happiness and good health. Bangkok: Chulalongkorn University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-21

รูปแบบการอ้างอิง

เพ็ชรเรือง ณ. (2026). การศึกษาการนำนาฏศิลป์ไทยมาบูรณาการกับการออกกำลังกาย: กรณีศึกษากลุ่มไทยฟิต. วารสารสุโขทัยธรรมาธิราช, 39(1), 82–99. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/stouj/article/view/274738

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย