รูปแบบการสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม เชิงพุทธบูรณาการ

Main Article Content

วรพินธ์ กุศลสมบูรณ์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดและทฤษฎีการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมในสังคมไทย 2) เพื่อศึกษาและบูรณาการหลักพุทธธรรมที่ใช้สร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมในสังคมไทย และ 3) เพื่อนำเสนอรูปแบบการสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมเชิงพุทธบูรณาการ งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 15 รูป/คน และศึกษาวิจัยเชิงเอกสารเพื่อศึกษาหลักพุทธธรรมที่เหมาะสมสำหรับการสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมเชิงพุทธบูรณาการ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาและนำเสนอในรูปแบบการพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่าปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมในปัจจุบันได้แก่ ปัญหาด้านบุคลากร อัตราการไหลออกของพนักงานและการแข่งขันทางการตลาดยุคดิจิทัล หลักพุทธธรรมที่นำมาบูรณาการคือ หลักปาปณิกธรรม 3 อิทธิบาท 4 พรหมวิหาร 4 และสังคหวัตถุ 4 รูปแบบการสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมเชิงพุทธบูรณาการคือ โมเดล “MBF” ซึ่งประกอบไปด้วยความเข้มแข็ง 3 ด้าน ได้แก่ (1) ความเข้มแข็งของฝ่ายบริหาร Management/M (2) ความเข้มแข็งของส่วนหลังบ้าน Back of the house/B และ (3) ความเข้มแข็งของส่วนหน้าบ้าน Front of the house/F รูปแบบ “MBF” นี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมเพื่อให้ผู้ใช้บริการเกิดความศรัทธา เชื่อมั่นในโรงแรม เข้าใช้บริการ เกิดความประทับใจ และกลับมาใช้บริการใหม่อีก หากธุรกิจโรงแรมมีการบริหารจัดการด้านความเข้มแข็งทั้ง 3 ด้าน จะทำให้โรงแรมมีชื่อเสียง มีผลกำไร สามารถสร้างเครือข่ายและขยายต่อยอดธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กุศลสมบูรณ์ ว. (2026). รูปแบบการสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม เชิงพุทธบูรณาการ. วารสารพุทธนวัตกรรมปริทรรศน์, 4(2), 13–21. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/JBIR/article/view/266277 (Original work published 27 สิงหาคม 2023)
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เอกสารอ้างอิง :

หนังสือ :

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2559). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่สิบสอง พ.ศ. 2560 - 2564. กรุงเทพมหานคร: สำนักนายกรัฐมนตรี.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2552). คู่มือการจัดระดับการกำกับดูแลองค์การภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good governance rating). กรุงเทพมหานคร: พรีเมียร์ โปร.

วารสาร :

ขจรศักดิ์ ว่องไว. (2562). การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. 1(1);140-147.

ยุทธนา อิศรางกูร ณ อยุธยา. (2557). การบริหารงานบุคคลตามหลักธรรมาภิบาลในสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1. วารสารวิจัยราชภัฏกรุงเก่า. 1(1); 55-57.

วิทยานิพนธ์ :

จุฑามาส นาคปฐม. (2559). การบริหารการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารโรงเรียนเทศบาลอินทปัญญาวัดใหญ่อินทาราม เทศบาลเมืองชลบุรี. ศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.

วิไลรัตน์ ฝ่ายดี. (2559). การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารโรงเรียนขนาดกลางในอำเภอตาพระยาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตสาขาการบริหารการศึกษา. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.

Reference :

Books :

Blumel, C. M. Foreign Aid. (2000. Donor Coordination and the Pursuit of Good Governance (Kenya). Maryland : University of Maryland.

Clarke, V. B. (2001). Unit Search of Good Governance:Decentralization and Democracyin Ghana. Illinois : Northern Illinois University.

Hendrick, J.T. (2005). Donors and Good Governance : Analysis of a policy discourse in the Netherlands and Germany. Ph.D. Dissertation. Netherlands : Universities Twente.

Krejcie. R.V. and Morgan. D.W. (1970). Educational and Psychological Measurement. New York : Stag.

Marcella, C.C.(2005). Educational governance of the Morongo unified school district. Doctoral dissertation, Capella University.

Millan, M.C. and Leah, K. (2007). A misguided curriculum : Decentralized education policy in Ghana’s primary school system. Canada : Saint Mary’s University.

Phillip, K. (2005). The Politics of Good Governance in the Asian 4. Master Thesis, Australia Griffith University.