การพัฒนาหลักสูตรเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ สำหรับครูที่จบการศึกษาไม่ตรงวุฒิ /วิชาเอกคณิตศาสตร์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างความสามารถในการจัดการจัดการเรียนรู้สำหรับครูที่จบการศึกษาไม่ตรงวุฒิ /วิชาเอกคณิตศาสตร์ และเพื่อศึกษาผลการใช้หลักสูตรที่พัฒนาขึ้น กลุ่มผู้ให้ข้อมูลได้แก่ ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสัมภาษณ์ความต้องการจำเป็นและแนวทางในการพัฒนา หลักสูตร, แบบสอบถามสภาพ ปัญหาและความต้องการในการพัฒนาหลักสูตร แบบประเมินหลักสูตร แบบทดสอบความรู้คณิตศาสตร์พื้นฐาน แบบประเมินแผน แบบประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และแบบวัดความพึงพอใจของผู้ใช้หลักสูตร วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)ผลการวิจัยพบว่า
1) หลักสูตรที่พัฒนาขึ้นประกอบไปด้วยหลักการ เป้าหมาย โครงสร้างเนื้อหาสาระ ประกอบด้วย 3 ตอน คือ 1) เนื้อหาคณิตศาสตร์พื้นฐาน 10 หน่วยการเรียน 2) แนวคิดการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา 1 หน่วยการเรียน 3) วิธีการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ 3 หน่วยการเรียน กิจกรรมการเรียนการสอน สื่อและการวัดและการประเมินผล โดยองค์ประกอบหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกันในระดับมากที่สุด รวมทั้งผลการประเมินด้านการใช้ประโยชน์ ด้านความเป็นไปได้ ด้านความเหมาะสมและด้านความถูกต้องครอบคลุมอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน
2) ครูมีความรู้ในเนื้อหาคณิตศาสตร์พื้นฐานหลังการใช้หลักสูตรสูงกว่าก่อนใช้หลักสูตรโดยครูสามารถเขียนแผนการจัดการเรียนรู้และสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษาได้ในระดับดี และมีความพึงพอใจต่อการใช้หลักสูตรในระดับดีมาก และนอกจากนั้นยังมีรับรู้ว่าหลังจากได้ใช้หลักสูตรที่พัฒนาขี้นทำให้มีความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาคณิตศาสตร์พื้นฐานเพิ่มขึ้น(ร้อยละ 85.18) มีความรู้และทักษะในการเขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ดีขึ้น (ร้อยละ 92.59) และมีความเข้าใจและสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ได้ดีขึ้น(ร้อยละ 88.88) มีผลกระทบทางการบริการวิชาการที่เป็นรูปธรรมคือทำให้เกิดเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยและองค์กรทางการศึกษาเพิ่มมากขึ้น
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ชญาชล สิริอัครบัญชาและไพโรจน์ เบาใจ (2559).การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบบูรณาการแบบเธรด (Threaded) เพื่อพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชน.วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน. 22(8), 534-550.
ทิพย์วิมล วังแก้วหิรัญ, ปริญญา มีสุข และ อังค์วรา วงษ์รักษา (2564) .กระบวนการพัฒนาวิชาชีพครูแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในประเทศไทยและต่างประเทศ. วารสารเศรษฐศาสตร์และกลยุทธ์การจัดการ. 8(1). 180-199.
ทิศนา แขมมณี. 2550. ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รชากานต์ เคนชมพู. (2556). ผลกระทบจากครูผู้สอนสอนไม่ตรงสาขาวิชาเอกต่อผลการทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ระชั้นประถมศึกษาปีที่ 6: กรณีศึกษา โรงเรียนประถมศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จังหวัดชัยภูมิ. ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (สาขาการบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, ร้อยเอ็ด.
วิบูลย์ พุ่มพูลสวัสดิ์ และ นาที เกิดอรุณ (2561).การพัฒนาหลักสูตรเสริมเพื่อพัฒนานักศึกษาด้านจริยธรรม มหาวิทยาลัยปทุมธานี. วารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ. 4(1), 233-247.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2559). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564). กรุงเทพฯ.
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2556). แนวทางการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ: บริษัทพิมพ์ดีจํากัด.
Adams, R. Adward. (1975). DACUM: Approach to Curriculum, Learning and Evaluation in Occupational Training. Ohio: Department of Regional Economic Expansion.
Ausubel, David. P.(1963). The Psychology of Meaningful Verbal Learning : An Introduction to School Learning. New York: Grune & Stration.
Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active Learning: Creating Excitement in the Classroom. ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1. Washington, D.C.: The George Washington University, School of Education and Human Development.
Siridhrungsri, P. (2014). Improving the Quality of Thai Teachers in the 21st Century. Bangkok: Imprint.
Taba , Hilda. (1962). Curriculum Development: Theory and Practice. New York: Harcourt Brace Jovanovich.