การเบิกหน้าพระ (ไหว้ครู) หนังใหญ่: มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สู่การแสดงเบิกโรงสร้างสรรค์ชุด “หนังใหญ่นาฏกรรมอำนวยพร”

ผู้แต่ง

  • นิติพงษ์ ทับทิมหิน คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

คำสำคัญ:

หนังใหญ่, เบิกหน้าพระ, เบิกโรงสร้างสรรค์

บทคัดย่อ

        การเบิกหน้าพระ (ไหว้ครู) หนังใหญ่ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สู่การแสดงเบิกโรงสร้างสรรค์ชุด “หนังใหญ่ นาฏกรรมอำนวยพร” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นมา รูปแบบ ขั้นตอน และองค์ประกอบการเบิกหน้าพระ (ไหว้ครู) หนังใหญ่เพื่อนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการสร้างสรรค์การแสดงเบิกโรงหนังใหญ่ชุด “หนังใหญ่นาฏกรรมอำนวยพร”

        การเบิกหน้าพระ คือการไหว้ครูก่อนการแสดงหนังใหญ่  โดยจะตั้งเครื่องบัดพลีถวายตามโบราณเพื่อสวัสดิมงคลของผู้แสดง พิธีไหว้ครูเริ่มด้วยการเชิญหนังครู 3 ตัว คือ ตัวฤๅษีอยู่กลางระหว่างพระนารายณ์และพระอิศวร วางไว้หน้าจอ เมื่อตั้งตัวหนังเตรียมเครื่องบัดพลี คนเชิดหนังจะเข้ามานั่งบริเวณปรัมพิธีซึ่งอยู่หน้าจอหนัง หัวหน้าคณะจะเป็นผู้เริ่มต้นทำพิธี เริ่มด้วยจุดเทียน 3 ดอก ไปปักที่ตัวหนังครูทั้ง 3 ตัว และส่งเทียนให้หัวหน้าวงปี่พาทย์ 1 เล่ม เพื่อให้ไปปักที่ตะโพน จากนั้นหัวหน้าคณะ จะกล่าวเชิญเทพยดาและบริวารที่ประจำทิศทั้งสิบทิศมาสถิตยังบริเวณที่แสดง หลังจากกล่าวเชิญเทพยดาจบ ก็จะโห่ 3 ครั้ง จากนั้นคนพากย์ก็ว่าบทไหว้ครู 3 ตอน หรือที่เรียกว่า 3 ทวย ตอนนี้คนเชิดจะออกมาเชิดหนังเจ้าทั้ง 2 องค์ ส่วนตัวฤๅษีจะเชิญกลับไปไว้ที่เตรียมไว้ ซึ่งอยู่หน้าจอหนัง เมื่อคนพากย์ว่าจบทวยหนึ่ง พิณพาทย์ก็ทำเพลงเชิดทีหนึ่ง จนครบ 3 ทวย เมื่อคนพากย์ พากย์บทไหว้ครูทั้ง 3 ทวย จบแล้ว หัวหน้าคณะจะเจิมหนังเจ้า และเชิดหนังไปเก็บไว้ในโรง เป็นอันเสร็จพิธีไหว้ครู และจะต่อด้วยการแสดงเบิกโรง

        การแสดงเบิกโรงหนังใหญ่ชุด หนังใหญ่นาฏกรรมอำนวยพร มีหลักและวิธีการประดิษฐ์กระบวนท่ารำโดยคำนึงถึงหลักการเชิด และท่าเต้นของการเล่นหนังใหญ่ โดยแบ่งการประดิษฐ์ท่ารำออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การประดิษฐ์ท่ารำออกสู่ด้านหน้าเวทีด้วยเพลงหน้าพาทย์เหาะ เปรียบเสมือนเป็นการเดินทางของเหล่าเทวดา นางฟ้ามาชุมนุมกัน ขั้นตอนที่ 2 การประดิษฐ์ท่ารำประกอบบทร้อง ซึ่งจำแนกออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 การรำประกอบบทร้องด้วยการพากย์รถซึ่งใช้การประพันธ์รูปแบบฉันทลักษณ์ประเภทกาพย์ฉบัง 16 และช่วงที่ 2 การรำประกอบบทร้องในเพลงเวสสุกรรมโดยใช้การประพันธ์รูปแบบฉันทลักษณ์ประเภท กาพย์ยานี 11 ขั้นตอนที่ 3 การประดิษฐ์ท่ารำและการแปรแถวในทำนองเพลงเร็ว แสดงให้เห็นถึงการจับระบำของเหล่าเทวดา นางฟ้า นอกจากนี้ยังได้นำนาฏยศัพท์สำหรับการแสดงนาฏศิลป์ไทยมาสอดแทรกและเป็นต้นแบบในการคิดประดิษฐ์ท่ารำด้วย

        จากการสร้างสรรค์การแสดง พบองค์ความรู้ใหม่ 3 ประเด็นคือ 1. การเบิกหน้าพระเป็นระบบความหมายที่แปลงเป็นโครงสร้างนาฏกรรมได้ โดยมีมิติของความศักดิ์สิทธิ์ความเป็นครู การอัญเชิญเทพ และการอำนวยพร เป็นแกนกลางของการประพันธ์บทดนตรี ท่ารำ และการเชิดหนัง 2. การร่ายรำของผู้เชิดหนังใหญ่ โดยเฉพาะตัวหนังที่เป็นนางฟ้า สามารถปฏิบัติท่ารำตามแบบนาฏยศัพท์ “ตัวนาง” ได้ เช่น ประเท้า ก้าวข้าง ก้าวหน้า กระดกเสี้ยว ซึ่งเป็นความแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในการเชิดหนังใหญ่ 3. การบรรจุเพลงร้องในการเบิกโรงหนังใหญ่ เป็นเรื่องที่สามารถทำได้โดยไม่ผิดจารีตเดิม

เอกสารอ้างอิง

คมสันต์ สุทนต์ (2557). หนังใหญ่. [รายงานการวิจัย]. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.

_____ (2558). ตามรอยหนังใหญ่ 9 แผ่นดิน. [รายงานการวิจัย]. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.

ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ (2549). หนังใหญ่วัดบ้านดอน. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร.

ดารารัตน์ จุฬาพันธุ์ (2557). หนังใหญ่วัดขนอน. อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.

อนุกูล โรจนสุขสมบูรณ์ (2543). การเชิดหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-05-28

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความงานสร้างสรรค์